เสียงเพลงอาจเป็นภาษาสากลเพียงไม่กี่อย่างที่มนุษย์ทุกคนเข้าใจตรงกัน แม้จะมาจากต่างวัย ต่างอาชีพ หรือมีเรื่องราวชีวิตแตกต่างกันเพียงใด แต่เมื่อท่วงทำนองเริ่มบรรเลง ผู้คนกลับสามารถหัวเราะ ร้องตาม และแบ่งปันความรู้สึกร่วมกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดนตรีจึงไม่ใช่เพียงความบันเทิง หากยังเป็นสะพานที่เชื่อมหัวใจของผู้คนในชุมชนให้ใกล้กันมากขึ้น เปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุข ความทรงจำ และมิตรภาพ

ภาพเหล่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้งที่บริเวณหน้า ซีเจ มอร์ สาขาตลาดร่วมใจสระแก้ว เมื่อ “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” เดินทางมาส่งต่อความสุขผ่านเสียงเพลงและเวทีแห่งโอกาส ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้คนที่มาร่วมเชียร์ ร่วมลุ้น และร่วมร้องเพลงไปด้วยกัน ตอกย้ำบทบาทของ ซีเจ มอร์ ในฐานะการเป็นมากกว่าร้านค้าชุมชน แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนและสร้างช่วงเวลาดีๆ ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่เข้าไปเติบโตเคียงข้างชุมชน

ซีเจ มอร์ พื้นที่พิเศษสำหรับคนทุกวัย
ตลอดทั้งวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ลานหน้าซีเจ มอร์ สาขาตลาดร่วมใจสระแก้ว คึกคักไปด้วยผู้คนที่มาร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” บางคนมาพร้อมครอบครัว บางคนชวนเพื่อนบ้านมานั่งชมการแสดงและร่วมลุ้นผลการแข่งขัน เสียงเชียร์ เสียงหัวเราะ และบทสนทนาระหว่างคนคุ้นเคย สร้างบรรยากาศเป็นกันเองราวกับงานประจำปีของชุมชน

นอกจากการประกวดร้องเพลงแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมจากแบรนด์พันธมิตรให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุก พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอทองคำ บัตรกำนัล พัดลม และของสมนาคุณอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยสมาชิกสบายการ์ดที่ซื้อสินค้าภายในร้านครบ 300 บาท ยังมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษกลับบ้านอีกด้วย ก่อนปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดังที่มาร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้กับแฟนเพลงอย่างใกล้ชิด

ความพิเศษของงานนี้ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของเวที แต่อยู่ที่ความรู้สึกของคนที่อยู่บนเวที อย่าง หลิว อาจารียา ที่กล่าวให้กำลังใจผู้เข้าประกวดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจ อยากให้ทุกคนปล่อยวางเรื่องความกดดัน ถ้าเรากดดันมากๆ มันอาจจะทำให้สิ่งที่เราทำได้เต็มร้อยลดลง ทำใจให้สบาย เรามีของ ถ้าของไม่ดีคงเข้าไม่ถึงรอบนี้”
ด้าน เปาวลี พรพิมล ก็แสดงความดีใจในฐานะรุ่นพี่ที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่รักในเพลงลูกทุ่งว่า “วันนี้ใส่ให้เต็มที่ อยากให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์แบบไหนโชว์ให้เต็มที่เลย และใครที่ไม่เข้ารอบไม่ต้องเสียใจ เพราะนักร้องหลายท่านที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เข้าประกวดเพียงแค่เวทีเดียว เราต้องสู้ เราต้องอดทน ถ้าเรามีฝันเราต้องทำความฝันให้ได้”
ขณะที่ พงษ์ จักรพงษ์ ฝากถึงผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายว่า “อยากให้ทุกคนวอร์มเสียงให้เต็มที่ เข้ากับดนตรี และผมจะมารอฟังว่าทุกท่านจะเป็นอย่างไร ทำให้เต็มที่”

จากลานหน้าซีเจ มอร์ สู่หน้าจอทั่วประเทศ
ก่อนที่จะมีถึงสองชื่อที่ทุกคนจะได้จดจำ เส้นทางสู่ Fast Track ไม่ได้ง่ายเลย จากผู้เข้าร่วมออดิชันเกือบครึ่งร้อยคน กระบวนการคัดกรองที่เข้มข้นค่อยๆ กลั่นกรองจนเหลือ 10 คนสุดท้ายที่ได้ขึ้นมาประชันเสียงร้องต่อหน้าคณะกรรมการศิลปินชื่อดังและผู้ชมอีกนับร้อยคน เพื่อชิงสิทธิ์ Fast Track เข้าสู่รายการ “ไมค์ทองคำสามวัย ซีซั่นที่ 7″ ทางช่อง Workpoint 23 สาขาละ 2 ที่นั่ง และตลอด 1 ซีซั่น เพชรจากชุมชนซีเจ มอร์ จะมีโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศรวมถึง 12 คน

สำหรับสระแก้วในครั้งนี้ สองชื่อที่ได้รับโอกาสอันทรงคุณค่านี้ล้วนแต่มีเรื่องราวที่น่าฟัง นางสาวพีรดา ท่วมไธสง อายุ 43 ปี เล่าว่า เธอรู้จักโครงการนี้จากป้ายที่ผ่านตาทุกครั้งที่แวะมา ซีเจ ในฐานะลูกค้าประจำ เธอเป็นคนสระแก้วโดยกำเนิด และอยากเข้าร่วมรายการไมค์ทองคำมานานแล้ว แต่ที่ไม่เคยทำก็เพราะระยะทางไปออดิชันที่กรุงเทพฯ นั้นไกลเกินไป พอมีสัญจรก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ลองทำตามความฝันโดยไม่ต้องเดินทางไกล เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ก่อนทิ้งท้ายด้วยภาษาอีสานอันอบอุ่นว่า “ขอฝากนำเด้อ มื้อนี้ได้มาออดิชันไมค์ทองคำอยู่ที่ ซีเจ สระแก้ว ก็ได้เข้ารอบไป อยากเข้าไปรอบลึกๆ ขอฝากเชียร์นำหน่อยเด้อ”

ขณะที่ นายอนุรักษ์ ประกอยกิจ วัย 33 ปี บอกเล่าถึงการเตรียมตัวอย่างหนักก่อนวันแข่งว่า “การที่จะมาออดิชันครั้งหนึ่ง เราก็ต้องทำให้เต็มที่ ผมฝึกฝนตั้งใจมา มั่นใจเต็มร้อย” เขาเชื่อว่าจุดเด่นของตัวเองคือความเป็นตัวของตัวเองและลูกอ้อนแม่ยกที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และก่อนจะโบกมือลากลับบ้านพร้อมความฝันที่กำลังจะกลายเป็นจริง เขาก็ฝากคำขอกำลังใจไว้ว่า “ยังไงก็ฝากพี่น้องจังหวัดสระแก้วและทั่วประเทศช่วยเป็นกำลังใจให้กับตัวแทนของ ซีเจ สาขาสระแก้ว ผมจะทำให้เต็มที่ ติดตามเชียร์ผมได้ในรายการไมค์ทองคำสามวัย ครั้งที่ 7”

และเมื่อเสียงเพลงประกวดสิ้นสุดลง บรรยากาศที่ลานหน้าซีเจ มอร์ ก็ยังไม่ยอมเงียบลงง่ายๆ เพราะมินิคอนเสิร์ตจาก หลิว อาจารียา, เปาวลี พรพิมล และ พงษ์ จักรพงษ์ ได้รับไม้ต่อ พาทุกคนในงานลืมเรื่องเวลาไปชั่วขณะ เสียงร้องที่คุ้นหูจากหน้าจอโทรทัศน์ดังกังวานขึ้นจริงๆ ต่อหน้าต่อตา ผู้คนต่างร้องตาม ปรบมือ บางคนลุกขึ้นเต้น บางคนยืนยิ้มนิ่งด้วยความสุขที่อธิบายไม่ถูก นี่คือความทรงจำที่จะติดอยู่ในใจของคนสระแก้วไปอีกนานแสนนาน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ซีเจ มอร์ ตั้งใจมาตลอด ไม่ใช่แค่การจัดประกวดหรือแจกของรางวัล แต่คือการพิสูจน์ว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม มันอยู่ใกล้บ้านเสมอ ตราบใดที่ยังมีพื้นที่ที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้ฝัน ได้แสดง และได้เติบโตไปด้วยกัน ซีเจ มอร์ เชื่อว่าทุกชุมชนมีเพชรที่รอการเจียระไน และพร้อมเสมอที่จะเป็นเวทีแรกที่ให้เพชรเหล่านั้นได้ส่องแสงอย่างภาคภูมิ


