ภาวะกรดแลคติกสูงเฉียบพลัน (Lactic Acidosis) คือ ภาวะวิกฤตที่ร่างกายมีกรดแลคติกสะสมในเลือดมากเกินไป
จนเลือดเป็นกรด มักเกิดจากเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน (ช็อก, หัวใจวาย) หรือการเผาผลาญผิดปกติ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันต่ำ ไตวาย และเสียชีวิตได้หากรักษาไม่ทันท่วงที ต้องรีบพบแพทย์ทันที
วิธีสังเกตอาการสำคัญของภาวะกรดแลคติกสูงเฉียบพลัน
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หายใจลึกผิดปกติ
- อ่อนเพลียรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- สับสน มึนงง หรือหมดสติ
- ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
- ผิวหนังเย็น หรือเหงื่อออกมาก (สัญญาณของภาวะช็อก)

ปัจจัยที่ทำให้กรดแลคติกในเลือดสูง
- ออกกำลังกายหนักเกินไป ร่างกายสร้างพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจนมากเกิน
- ภาวะติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะช็อก ทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน
- มีโรคตับหรือไต ทำให้ร่างกายกำจัดกรดแลคติกได้ช้าลง
- ภาวะขาดออกซิเจน เช่น โรคปอด หรือหัวใจทำงานผิดปกติ
- การดื่มแอลกอฮอล์มาก หรือยาบางชนิดที่รบกวนระบบเผาผลาญพลังงาน
- ภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ โดยเฉพาะในคนที่มีโรคเบาหวาน
วิธีลดกรดแลคติกในเลือด
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาฟื้นระบบเผาผลาญพลังงาน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและขับของเสียออกง่ายขึ้น
- ออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมจนเกินกำลัง
- ดูแลสุขภาพตับและไตให้ดี เพราะอวัยวะสองส่วนนี้ช่วยกำจัดกรดแลคติกออกจากร่างกาย
- คุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือเบาหวาน
- กินอาหารที่ช่วยลดการอักเสบและสนับสนุนการสร้างพลังงานของเซลล์ เช่น ปลา ผักหลากสี และอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

อย่างไรก็ตามภาวะแลคติคสูงเฉียบพลันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อรุนแรง การออกกำลังกายหนักเกินไป ภาวะขาดออกซิเจน โรคตับ โรคไต หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สัญญาณสำคัญคือ เหนื่อยหอบผิดปกติ อ่อนแรง วูบง่าย คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว หรือซึมลง ถ้าเกิดอาการเหล่านี้แบบเฉียบพลัน อย่ารอดูอาการเอง ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะยิ่งรักษาเร็ว โอกาสฟื้นตัวก็ยิ่งสูง
อ้างอิงข้อมูลจาก : Phyathai Hospital, National Center for Biotechnology Information


