หลังจากทำคนดู “อารมณ์ค้าง” ได้ฟิลคอนเสิร์ตจบแต่คนไม่จบ มาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ DA ENDORPHINE กลับมาอีกครั้งกับ “แสบสนิทคอนเสิร์ต” ได้เกิดขึ้นตามคำเรียกร้องพร้อมเติมความเผ็ดแซ่บครบรสให้รสชาติที่แตกต่างจากคอนเสิร์ตปีที่แล้วพอสมควร
รสชาติที่ว่ามีทั้งกลิ่นอาร์แอนด์บี มีการแดนซ์ มีความ Rock และม่วนจอยจากหนุ่มน้อยแดนอีสาน ด้วยส่วนผสมของแขกรับเชิญทั้งสี่คนทำให้รสชาติภาพรวมของคอนเสิร์ตครั้งนี้ครบทุกรสตอบสนองกลุ่มคนทุกแนวเพลง และเรียกได้ว่าความครีเอทีฟ ได้เกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีแรก ในการเปิดคอนเสิร์ตด้วย “เพลงแสบ” แต่ถูกออกแบบซีสมาด้วยวามน่าติดตาม มีการตามถ่าย ดา มาตั้งแต่ใต้เวทีมาจนถึงบรรยากาศบนเวทีเสิร์ฟความสนุกถึงทุกที่นั่ง

จากนั้นถึงการเปิดตัวแขกรับเชิญทุกคนด้วยบทเพลงประจำตัวของแขกรับเชิญแต่ละท่านทั้งพลิกล็อก คริสติน่า เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย อ๊อฟ ปองศักดิ์ นะหน้าทอง ของโจอี้ ภูวศิษฐ์ และแสงสุดท้ายโดยแขกรับเชิญตัว Secret พี่ตูน Bodyslam ก่อนที่แขกรับเชิญทุกคน มาร่วมกันร้องเพลง ชีวิตนี้สั้นจะตายเพิ่มดีกรีความันส์ของจังหวะว่าหลังจากนี้จะน่าติดตามขึ้นเรื่อย ๆ
จากนั้นถึงช่วงเดี่ยวที่ดาบอกกับแฟนเพลงของเธอว่าขอเสิร์ฟเพลงที่ครั้งที่แล้วคนดูไม่มีโอกาสได้ฟังและมีการไปทำรีเสิร์ชมาเพิ่มว่าเพลงใดที่ตกหล่นจากคอนเสิร์ตครั้งก่อนไปบ้าง อาทิ ถึงเวลาฟัง รักษาสิทธิ์ อย่าทำแบบนี้ รวมถึงโปรเจกต์ที่ดาได้มีโอกาสไปคัฟเวอร์ในโอกาสต่างๆ อาทิ ไม่รักดี (อุ๊ หฤทัย)เพลงประกอบภาพยนตร์อยากได้ยินว่ารักกัน เป็นต้น

ก่อนจะเข้าถึงช่วงของแต่ละแขกรับเชิญแบบเจาะลึกลงไป เริ่มด้วยอ๊อฟ ปองศักดิ์ แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ จากคนรักเก่า ผู้ชายคนนี้กำลังหมดแรง ก่อนจะร่วมกันร้อง ไม่ขอก็จะให้ ดูแลรักเขาให้ดีดี เธอมีฉันฉันมีใคร ดาและอ๊อฟต่างถ่ายทอดความรู้สึกที่มีระหว่างกันในฐานะศิลปินที่ทำงานร่ยมกันหลายหนและมีความผูกพันกัน สนิทกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ครั้งนี้จะขาดออฟไม่ได้ ต้องขึ้นคอนเสิร์ตเพื่อบันทึกความทรงจำร่วมกันในครั้งนี้ หลังจากครั้งที่แล้วออฟสร้างความฮือฮาด้วยการเป็นคนดูและนั่งคู่กับ ว่าน ธนกฤต และมีช่วงที่กล้องจับไปจนคนดูกรี๊ดกันมากมาย

มาถึงคิวของตัวแม่ตัว Mom Queen of dance เมืองไทย คริสติน่า ขนเพลงแดนซ์มาจุก ๆ อาทิไปด้วยกันนะ พูดอีกที และเพิ่มดีกรีความแซ่บบนเวทีด้วยเพลงอย่ามองตรงนั้นร่วมกับดา โดยได้นายแบบจากเดอะเฟซเมนไทยแลนด์มาร่วมโชว์เพิ่มความร้อนแรงของเวทีครั้งนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการประชันกันระหว่างคริสติน่าและดาในเพลงการเดินทางที่แสนพิเศษ+นาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่ถูกเรียกว่านาทีที่แสนพิเศษ เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์รวมกัน รวมถึงดาได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่ คริสติน่าในฐานะเป็นไอคอน จากยุค90 ทั้งเรื่องแฟชั่นสไตล์การร้องการพูด เป็นทั้งตำนานและแรงบันดาลใจของเธอด้วย
ช่วงสำคัญอีกหนึ่งพาร์ท ที่ขาดไม่ได้คือการขนเพลงฮิตที่คิดถึงทุกเพลงเอามาให้ร้องกันเป็นคาราโอเกะทั้งฮอลล์มีความสุขร่วมกัน ทั้งน้ำเต็มแก้ว อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน เมื่อไหร่เขามาฉันจะไป ดอกราตรี และ ภาพลวงตา ซึ่งซีนนี้จะเหมือนคอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้วที่ดาทำให้แฟนแฟนหายคิดถึงด้วยการจัดเต็มเพลงแบบ6เพลงรวดโดยไม่มีอะไรขั้น บรรยากาศแบบนั้นกลับมาอีกอีกครั้ง และแน่นอนว่าเสียงคนดูกระหึ่มพารากอนฮอลล์มากๆในช่วงนี้

จากนั้นถึงคิวพ่อหนุ่มสุดฮอตโจอี้ มีการประชันเพลงไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอกับดา และโจอี้ก็ได้นำเพลง สาริกาลิ้นทอง เสี่ยว rocket festival (สัญญาเดือนหก ) หรือทีรู้จักในนามบุญบั้งไฟเดือนหก มาเสิร์ฟแฟนแฟนทั้งพารากอนให้ม่วนจอยกันอย่างสนุกสนาน
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าประทับใจคือโจอี้ได้สอนเอื้อนสไตล์หนุ่มอีสานให้กับดา จนนำมาสู่เพลงคิดฮอดที่หลายคนคิดถึงพร้อมกับพี่ตูน Bodyslam เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมาก
ช่วงของพี่ตูนก็ขนเพลงหวั่นไหว ยาพิษ ความรักทำให้ตาบอด และร่วมกันร้องได้ยินไหมกับดา ซึ่ง ทั้งสองคนถือว่าได้เติบโตมาในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันในสองทศวรรษก่อน ได้มีโอกาสทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกันมากกว่า 100 ครั้งเพราะว่า Bodyslam จะเป็นวงปิดของแต่ละคอนเสิร์ตแต่ละงานโชว์ดาก็เป็นศิลปินที่เป็นผู้หญิงหนึ่งเดี่ยวท่ามกลางวงร็อกศิลปินชายที่ออกทัวร์ไปทั่วประเทศทำให้ดามีโอกาสที่ได้เจอกันบ่อยครั้งกับพี่ตูนแต่ จนมาถึงวันนี้ต่างคนต่างเติบโตขึ้นได้มีโอกาสเจอกันบนเวทีที่แสนพิเศษครั้งนี้ครั้งหนึ่ง

เข้าสู่ช่วงท้าย ดา ร้องเพลงที่ขาดไม่ได้ในคอนเสิร์ตนี้นั่นคือเพลงสิ่งสำคัญ เพื่อนสนิท และปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลงยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอปิดความประทับใจไปในครั้งนี้
ตลอดระยะเวลาการเดินทางบนเส้นทางดนตรีของผู้หญิงตัวเล็ก แต่เสียงแสบระดับพริก 10 เม็ดได้เติบโตมาพร้อมกันกับคนฟัง ตั้งแต่ยังอยู่ยุคมัธยมจนวันนี้เรียนจบทำงานมีบุตรหลาน เหมือนเติบโตมาด้วยกันกับศิลปิน ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นมากกว่าการมาร้องเพลงร่วมกันแต่เหมือนมาทบทวนชีวิตร่วมกันตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ตลอดทาง 23 ปีบนเส้นทางดนตรีและบทเพลงของดาที่ทำให้แฟนเพลงหลายคนได้ผ่านช่วงเวลาต่างๆทั้งน่าประ ับใจและเจ็บปวด ช่วงเวลาที่งดงาม จีบสาวครั้งแรก อกหักครั้งแรก ประทับใจครั้งแรก ไม่ว่าช่วงไหนในชีวิตจะต้องมีบทเพลงของ DA ENDORPHINE อยู่ในช่วงชีวิตใครอย่างน้อย ๆ สักหนึ่งบทเพลง

ซึ่งครั้งนี้ดาก็ได้ขนบทเพลงที่แฟน น่าจะคิดถึงมาให้ฟังกัน พร้อมเติมเต็มด้วยแขกรับเชิญแต่ละสไตล์ทั้งแดนซ์ทั้งร็อคทั้งม่วนจอยแบบอีสาน ทั้งมีกลิ่นแอนด์บีเศร้า ๆ ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ครบรส แล้วก็เป็นที่น่าประทับใจอีกครั้งนึงในความที่ทุกคนสนุกไปด้วยกันมาจอยไปด้วยกัน ก็คิดว่าแฟนเพลงทุกคนยิ่งรู้จักคงจะยิ่งรักดามากขึ้น และคาดหวัง ว่าการเดินทางแสนพิเศษครั้งต่อไปของทั้งศิลปินและคนดู คงจะมีโอกาสได้เกิดขึ้นอีก


