‘ตอน – ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ยืดเปล่า” ได้แชร์ประสบการณ์ และเผยเคล็ดลับธุรกิจ
ในงานเสวนา PRACHACHAT FORUM: NEXT MOVE Thailand 2025 ภายใต้หัวข้อ “ตามหาโอกาส…โลกป่วน เกมเปลี่ยน” ว่าการเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นความท้าทายที่สามารถสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ หากมองเห็นโอกาส และไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะในวงการค้าขายที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างรุนแรง

โดยได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจ ที่เริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 8,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ขอแม่มา 5,000 บาท และใช้เงินตัวเองอีก 3,000 บาท แล้วเริ่มขายจากสิ่งที่ตัวเองใช้อยู่แล้วอย่าง กางเกงบ๊อกเซอร์มือสอง และกางเกงขาสั้นสามส่วน โดยวางขายแบกะดินที่หน้ารามคำแหง ในราคา 3 ตัว 100 บาท แต่ด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ และชื่นชอบความท้าทายในการแก้ไขปัญหา จึงทำให้เขาพัฒนาการขายมาเรื่อยๆ จนเห็นช่องทางการขาย และช่องว่างทางการตลาดมากขึ้น จึงเริ่มเปลี่ยนจากการซื้อมา-ขายไป เป็นการสั่งผลิตสินค้าเพื่อขายเอง

แต่การขยับขยายจากธุรกิจซื้อมาขายไป ไปสู่การสร้างแบรนด์ และผลิตสินค้าเองเป็นอีกจุดที่ต้องเผชิญความท้าทายใหม่ๆ โดยช่วงประมาณ ปี 2556 ที่เริ่มหันมาทำแบรนด์เองนั้นประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตสูง ทำให้ไม่สามารถตั้งราคาจำหน่ายในระดับที่แข่งขันได้ จนยอดขายหายไปถึง 95% และเกือบจะต้องเลิกกิจการ

แต่ด้วยการเรียนรู้จากการลงมือทำมาเรื่อยๆ จึงได้ทำการปรับต้นทุนการผลิตใหม่ ด้วยการใช้ “ผ้าสต๊อก” หรือผ้าที่โรงงานสั่งมาสำรองสำหรับการแก้ไขข้อผิดพลาดในการผลิต ที่หากไม่ได้ใช้งานมักถูกนำมาขายต่อในราคาถูกลงถึง 50% และ “ผ้าเกรด B” หรือผ้าที่มีตำหนิเล็กน้อยมักถูกนำมาขายต่อในราคา 50% เช่นกัน เมื่อได้ผ้าเหล่านี้มาจึงสามารถทำราคาที่แข่งขันได้อีกครั้ง ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

โดยมีโจทย์ต่อไปคือ “เสื้อยืดคุณภาพดี ในราคา 100 บาท” การทำแบรนด์ยืดเปล่านั้น ทางแบรนด์ใช้ยุทธศาสตร์ผสมผสานระหว่างจุดขายที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างการเป็น “เสื้อยืดที่ไม่ย้วย” ร่วมกับราคาที่จับต้องง่ายเพียง 100 บาท ด้วยการทำให้ไลน์อัพสินค้าเรียบง่ายมีเพียงเสื้อยืด และผลิตในประเทศ 100% จึงช่วยให้สามารถบริหารสต๊อกสินค้าได้ง่าย ควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ และสามารถทำราคาที่แข่งขันได้

และในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ก็เป็นอีกความท้าทายสำคัญ โดยแบรนด์ตัดสินใจแบบสวนกระแส ด้วยการอัดงบด้านการตลาดเพิ่ม พร้อมมุ่งไปยังช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook TikTok Shopee แทนหน้าร้านที่ถูกกระทบ
หลักจากนั้นทางแบรนด์ก็ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยอาศัยช่วงที่วงการค้าปลีกกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 ในปี 2564-2565 เข้าชิงพื้นที่ในห้าง-ศูนย์การค้าในจังหวะที่ค่าเช่ายังคงต่ำต่อเนื่องมาจากช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้แบรนด์ “ยืดเปล่า” ครองพื้นที่ในห้างได้ และกลายเป็นแบรนด์ที่คนรู้จักมากขึ้น เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง

ซึ่งจนถึงตอนนี้ทางแบรนด์ มีช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม และหน้าสาขากว่า 66 สาขาทั่วประเทศไทย และปัจจุบันนอกจากเสื้อยืดแล้ว ยืดเปล่า ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กางเกงยีนส์ ถุงเท้า กระเป๋า หมวก แก้วน้ำ ฯลฯ

วันนี้แบรนด์ “ยืดเปล่า” นี้ไม่เพียงแค่มีร้านค้าในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แต่ยังเป็นที่รู้จัก เป็นขวัญใจกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา วัยรุ่น First Job และได้รับการยอมรับจากลูกค้ากลุ่มต่างๆ ด้วยคุณภาพที่โดดเด่น และราคาที่จับต้องได้ ที่สำคัญแบรนด์สามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้าไว้ได้เป็นอย่างดี


ท้ายสุด ‘ตอน – ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ยืดเปล่า” ได้ให้เคล็ดลับในการทำธุรกิจไว้ว่า
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจคือการไม่ยอมแพ้ มองหาจังหวะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส และหาจุดแข็งที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง การฟังลูกค้าและการพัฒนาสินค้าตามความต้องการของตลาดจะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”