นักวิ่งกว่า 21,727 คน จาก 58 ประเทศ ผู้ติดตาม 19,993คน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกว่า 4,500 คน กับเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 288 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “Amazing Thailand Pattaya Marathon 2026 presented by MAMA” ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันวิ่ง แต่คือมหกรรมของเมืองที่คนพัทยาทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างมายาวนานถึง 33 ปี
จากการแข่งขันวิ่งรายการหนึ่งในอดีต วันนี้ “พัทยามาราธอน” เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬามวลชนที่สำคัญที่สุดของภาคตะวันออก และกำลังก้าวไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม นั่นคือการเป็นหนึ่งในมาราธอนระดับนานาชาติที่นักวิ่งทั่วโลกต้องการเดินทางมาสัมผัสสักครั้ง

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มองว่า พัทยามาราธอนไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงการแข่งขันกีฬาอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินประจำปีของจังหวัดชลบุรีไม่ต่างจากเทศกาลสำคัญของเมือง
ปี 2569 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญ ทันทีที่เปิดรับสมัคร นักวิ่งแห่เข้าสู่ระบบจนโควตาทั้งหมดถูกจับจองครบภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง สร้างสถิติผู้สมัครสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ 33 ปีของการแข่งขันตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ 21,727 คน จาก 58 ประเทศ แบ่งเป็นนักวิ่งชาย 13,470 คน และนักวิ่งหญิง 8,257 คนเมื่อรวมผู้ติดตาม ครอบครัว และผู้ร่วมงาน จำนวนคนที่จะเดินทางเข้าสู่เมืองพัทยาจากกิจกรรมนี้อยู่ที่ประมาณ 39,323 คนเกือบสี่หมื่นชีวิตที่จะเข้ามาอยู่ในเมืองเดียวกันในช่วงสุดสัปดาห์เดียวตัวเลขนี้จึงมีความหมายมากกว่า “จำนวนผู้สมัคร”

เพราะทุกคนต้องเดินทาง ต้องพัก ต้องรับประทานอาหาร ต้องใช้บริการขนส่ง ต้องจับจ่ายซื้อสินค้า และจำนวนไม่น้อยจะใช้โอกาสนี้ท่องเที่ยวต่อก่อนหรือหลังวันแข่งขัน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินว่า Amazing Thailand Pattaya Marathon 2026 presented by MAMA จะสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีมากกว่า 288 ล้านบาท นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน เงินจำนวนมหาศาลจะถูกกระจายออกไปสู่ระบบเศรษฐกิจของเมืองและยิ่งมีความหมายมากขึ้นเมื่อกิจกรรมขนาดใหญ่นี้เข้ามาช่วยเติมการเดินทางและการใช้จ่ายในช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวต้องการแรงกระตุ้นจากกิจกรรมนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการร่วมกันทำหน้าที่เจ้าภาพ ต้อนรับนักวิ่งกว่า 20,000 คน และผู้ติดตามอีกจำนวนมากที่จะเดินทางมาจากทั่วประเทศและ 58 ประเทศทั่วโลกเพราะสุดท้ายแล้วชื่อเสียงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นของผู้จัดงานเพียงฝ่ายเดียว เมื่อภาพนักวิ่งจากนานาชาติวิ่งผ่านชายหาดพัทยาถูกเผยแพร่ออกไป เมื่อผู้เข้าร่วมกลับไปเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับ เมื่อโรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจในเมืองมีรายได้เพิ่มขึ้น และเมื่อพัทยาถูกกล่าวถึงในฐานะเมืองที่สามารถรองรับมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติได้อย่างมีมาตรฐานผู้ที่ได้รับประโยชน์ในระยะยาวก็คือ “เมืองพัทยา” และผู้คนที่อยู่ในเมืองนี้ นี่ คือโจทย์สำคัญของพัทยามาราธอนในปีที่ 33 ไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้การแข่งขันจบลงอย่างเรียบร้อย แต่ทำอย่างไรให้คนในพื้นที่ นักวิ่ง นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่าง ๆ รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของงานเดียวกัน


