เรื่อง : พอล เฮง

วงการเพลงไทยในขวบปีหลัง 2025 ต่อขวบปีแรก 2026 มีสัญญาณดี ๆ มากมายถึงความก้าวหน้าบนเส้นทางของโลกยุคดิจิทัลที่มีภูมิทัศน์ และรูปแบบที่ไร้พรมแดนและเงื่อนของเวลาที่มากำหนดรสนิยมการฟังเพลงของผู้คน

FEED x KHAOSOD Awards 2026 สาขาดนตรีที่มีด้วยกัน 3 รางวัล คือรางวัล Best Group Artist of the Year รางวัล Best Song of the Year และรางวัล Best Solo Artist of the Year

จากรายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 3 รางวัล สามารถประมวลภาพรวมทิศทางของวงการเพลงไทยยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ และเห็นถึงทิศทางของการเติบโตและรสนิยมการฟังเพลงของคนไทยในโลกยุคดิจิทัลออนไลน์ ที่ฟังผ่านสตรีมมิงและโซเชียลมีเดีย ซึ่งสามารถมองทะลุได้ถึงโสตของผู้คนที่ผูกโยงกับระบบอัลกอริธึมของการจัดสรรรสนิยมการฟังเพลงยุคใหม่ที่รสนิยมคนฟังเป็นจุดศูนย์กลาง ทำให้ตลาดเพลงกระแสหลักที่ชี้นำโดยค่ายเพลงยักษ์ใหญ่กำลังทุนสูงยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถผูกขาดได้อีกต่อไป ตลาดคนฟังเฉพาะกลุ่ม (Niche) ขยายตัวและเติบโตผ่านประชาสังคมคอเดียวกันและใกล้ชิดกับนักร้องและคณะดนตรีที่ตัวเองชื่นชอบได้มากและง่ายขึ้น รวมถึงตลาดเพลงเล็ก ๆเฉพาะทาง (Micro Niche) ก็เติบโตเป็นกลุ่มก้อนย่อย ๆ อย่างมีคุณภาพหลากหลาย

รายชื่อของผู้ที่เข้ารอบสุดท้าย รางวัล Best Group Artist of the Year ทั้ง 5 รายคือ

  • H 3 F
  • LITTLE JOHN
  • MAKARA
  • PURPEECH
  • YONLAPA

นับเป็นภาพสะท้อนของคณะดนตรีในวงการเพลงไทยยุคปัจจุบันได้อย่างฉายชัดแจ่มแจ้งถึงกระบวนการทำงานที่มีความเป็นตัวตนที่ชัดเจนของแต่ละคณะดนตรีที่มีความเป็นตัวเองและมีความหลากหลายแตกต่าง ทั้งบทเพลงยอดนิยมและบทเพลงที่ตอบสนองคนฟังอย่างมีเอกลักษณ์คมเข้ม ซึ่งทำให้เห็นว่าดนตรีสมัยนิยมเชิงพาณิชย์ศิลป์จากคนรุ่นใหม่มีแรงขับเลื่อนและท้าทายในอนาคตอีกมากมาย

มาเริ่มต้นกับผู้เข้ารอบสุดท้ายคณะดนตรีแรก PURPEECH ซึ่งมีบทเพลงยอดนิยมแบบถล่มทลายคือ ‘กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ’ ยอดวิว 177 ล้านใน YouTube และเกือบ 90 ล้านการฟังใน Spotify บอกทุกสิ่งทุกอย่างถึงบทเพลงนี้ได้ดี

ดนตรีอินดี้พ๊อพคณะนี้จากเชียงใหม่มีสดใสและเต็มไปด้วยเสน่ห์ ภายใต้สังกัด MILK! Artist Service Platform เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนนักศึกษาในเชียงใหม่ที่มีความชื่นชอบและแรงบันดาลใจในการทำดนตรีร่วมกัน เริ่มต้นจากการเล่นดนตรีในร้านกลางคืนและร่วมส่งเพลงประกวดในพื้นที่  

ชื่อของคณะมาจากการผสมคำว่า Purple (สีม่วง) และ Peach (ลูกพีช) สะท้อนถึงโทนสีและอารมณ์เพลงที่มีทั้งความอบอุ่น สดใส นุ่มนวล และแฝงความหม่นเบาๆ  

ดนตรีของพวกเขาอยู่บนพื้นฐานของความเป็นอินดี้พ๊อพเชื่อมโยงกับความเป็นซอฟต์ร็อคและเรโทรพ๊อพ เขย่าเข้ากันจนเป็นดนตรีพ๊อพร่วมสมัยถูกหูวัยรุ่นไทยในแบบ PURPEECH โดยเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากจากเพลงอินดี้พ๊อพติดหูอย่าง “ตอนนั้นในวันนี้”, “หากจะเพียงขอ”, “เพลงวันวาน”, “ต้องบอกให้รู้สึกยังไง” และ “โลกไม่ใจดี” ผ่านจุดเด่นในการแต่งเพลงและการเล่าเรื่องที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ ความทรงจำในอดีต และความคิดถึง ออกมาเป็นเนื้อเพลงที่สละสลวย เข้าถึงง่าย และโดนใจผู้ฟัง

บทเพลงพ๊อพที่มีความร่วมสมัย ฟังสบาย และนุ่มนวล มาถ่ายทอดพลังผ่านการแสดงสดและการสร้างบรรยากาศด้วยพลังงานความอบอุ่นและสร้างความสนิทสนมกับผู้ฟังบนเวทีได้อย่างน่าประทับใจ  ดนตรีสไตล์อบอุ่นและคิดถึง มีซาวด์ดนตรีเฉพาะตัวที่ให้ความรู้สึกเหมือนการย้อนมองความทรงจำเก่าๆ ปลอบประโลมจิตใจ และเป็นเพื่อนร่วมทางในทุกห้วงอารมณ์เคมีและความเป็นเพื่อนที่แน่นแฟ้น

PURPEECH ไม่ได้ขายเพียงเพลงรัก แต่กำลังสร้างความสัมพันธ์กับผู้ฟังพวกเขามีแนวทางการทำเพลงที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์ ความทรงจำ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ทำให้ผู้ฟังสามารถนำประสบการณ์ของตัวเองมาเชื่อมโยงกับบทเพลงได้ นำองค์ประกอบต่าง ๆ มารวมกันเป็นเพลงที่มีความหมายต่อผู้ฟัง

คณะดนตรีที่เข้ารอบสุดท้ายคณะที่ 2 คือ MAKARA พวกเขาคือคณะดนตรีแนวไซเคเดลิคร็อค/นีโอ หมอลำ ซึ่งมีก้าวสำคัญสู่เวทีโลก คือ Live on KEXP ในปี 2026 โดยถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นศิลปินไทยกลุ่มแรกที่ได้รับการเชิญให้ไปแสดงสดในรายการ KEXP Live Session ณ สหรัฐอเมริกา รายการแสดงสดออนไลน์ระดับโลกที่เปิดพื้นที่ให้วงอินดี้และไซคีเดลิกชั้นนำทั่วโลก ซึ่งนำเพลงอย่าง “Yong Song”, “COCO”, “SAMARE” และ “Strawberry Mind” ไปโชว์ให้ผู้ฟังสายดนตรีทั่วโลกได้รู้จัก  

MAKARA เป็นคณะดนตรี 3 ชิ้น ซึ่งไม่ใช่คณะดนตรีหน้าใหม่ ตลอดเส้นทางการทำเพลงอินดี้กว่า 10 ปี วงผ่านการเคี่ยวกรำและลองผิดลองถูกทำอัลบั้มมาอย่างต่อเนื่อง อย่างอัลบั้ม ALTER EGO, อัลบั้ม Ngong Ngong โดยดำเนินวงในรูปแบบ DIY และไร้ค่ายสังกัดใหญ่หนุนหลัง

ก้าวสำคัญสู่เวทีโลก (Live on KEXP): ในปี 2026 MAKARA สร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็น ศิลปินไทยกลุ่มแรกที่ได้รับการเชิญให้ไปแสดงสดในรายการ KEXP Live Session ณ สหรัฐอเมริกา (รายการแสดงสดออนไลน์ระดับโลกที่เปิดพื้นที่ให้วงอินดี้และไซคีเดลิกชั้นนำทั่วโลก) ซึ่งนำเพลงอย่าง “Yong Song”, “COCO”, “SAMARE” และ “Strawberry Mind” ไปโชว์ให้ผู้ฟังสายดนตรีทั่วโลกได้รู้จัก  

การประยุกต์และผสานแนวดนตรี  คณะ MAKARA มีความเชี่ยวชาญในการดึงเอา ไลน์ดนตรีพื้นบ้าน/หมอลำ และจังหวะจะโคนแบบไทย มาผสมผสานเข้ากับไซเคเดลิคร็อคและการาจร็อคได้อย่างกลมกลืน ผ่านการแต่งเพลงและการสร้างจังหวะชวนหลงใหล ผสมกรูฟดนตรีที่มีจังหวะจะโคนล่องลอย ชวนเต้น ทำให้บทเพลงเข้าถึงง่ายทั้งกับผู้ฟังไทยและต่างชาติ

จิตวิญญาณศิลปินอินดี้แท้จริงของ MAKARA ไม่ได้เล่นดนตรีแปลกหู แต่เป็นค่อยๆ ทดลอง ค้นหา และพัฒนาตัวตนผ่านดนตรีหลายรูปแบบ ก่อนจะมาพบแนวทางที่เรียกว่า นีโอหมอลำ ซึ่งผสมสำเนียงและความรู้สึกของหมอลำเข้ากับดนตรีร่วมสมัย ทำให้ค้นพบว่า สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่นมากที่สุด ผ่านกระบวนการทดลอง ก่อนจะค้นพบว่าสำเนียงหมอลำที่อยู่ใกล้ตัวสามารถกลายเป็นหัวใจของดนตรีร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์ได้ เป็นความพยายามสร้างภาษาดนตรีใหม่จากรากวัฒนธรรมที่ตัวเองคุ้นเคย

การมีเอกลักษณ์ไม่ได้เกิดจากการพยายามทำตัวให้แตกต่างจากคนอื่นตลอดเวลา แต่อาจเกิดจากการทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่ในตัวเราให้ลึกพอ จนสามารถนำมันมาสร้างเป็นสิ่งใหม่ที่คนอื่นไม่สามารถทำแทนเราได้ นี่คือเหตุผลที่ MAKARA เป็นคณะดนตรีที่น่าติดตาม ไม่เพียงสำหรับคนฟังอินดี้หรือไซคีเดลิคร็อค แต่สำหรับทุกคนที่สนใจว่าดนตรีไทยจะพัฒนาตัวเองไปสู่เวทีโลกได้อย่างไร?

คณดนตรีที่ 3 ในรอบสุดท้าย LITTLE JOHN โดดเด่นด้วยการปลุกกระแสดนตรีร็อคกลิ่นอายดิบ หนักแน่น และจริงใจ ให้กลับมาได้รับความนิยมในกลุ่มคนฟังเพลงรุ่นใหม่  

คณะดนตรีที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนที่มีความชื่นชอบในดนตรีร็อกประเภทเดียวกัน ก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเต็มตัวภายใต้ค่าย 9Arkkhan

ปรากฏการณ์แจ้งเกิด LITTLE JOHN ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากซิงเกิลเปิดตัวอย่าง “ฉันไม่ต้องการตัวเธอในตอนนี้” และเพลงฮิตติดหูอย่าง “ที่ผ่านมาขอบใจจริงๆ”, “รสชาติชีวิต”, “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า” และ “ข้าแค่โดนทิ้ง” ที่มียอดสตรีมมิ่งและยอดวิวหลักสิบล้านถึงร้อยล้านวิว กลายเป็นอีกหนึ่งคณะดนตรีร็อคหน้าใหม่ที่ถูกจับตามองอย่างมาก  

ดนตรีร็อคเข้มข้นและทรงพลัง ถ่ายทอดภาคดนตรีที่มีความดิบ จังหวะหนักแน่น และไลน์กีตาร์คู่ที่ประสานกันได้อย่างมีมิติ อารมณ์การร้องและเสียงร้องของนักร้องนำมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวด กระแทกอารมณ์ และสื่อสารอารมณ์เพลงออกมาได้อย่างจริงใจ ผนวกกับการแต่งเพลงและเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย โครงสร้างเนื้อเพลงแต่งออกมาตรงไปตรงมา หนักแน่น และไม่ซับซ้อนเกินไป สื่อสารเรื่องราวความรัก ความผิดหวัง และข้อคิดชีวิตที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความเข้าใจชีวิตตรงกับความรู้สึกของผู้ฟังยุคนี้  

LITTLE JOHN มีพลังในการแสดงสด อินเนอร์ในการเล่นดนตรีบนเวทีมีความเดือด ปลุกพลังผู้ฟังให้มีส่วนร่วมกับโชว์ได้อย่างรวดเร็ว ผนึกแน่นกับความสามารถในการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกผ่านเพลงทำให้พวกเขาเป็นคณะดนตรีร็อคหน้าใหม่ที่โดดเด่นที่สุดในช่วงปีสองปีผ่านมา

คณะดนตรีที่ 4 คือ H 3 F ดนตรีอินดี้พ๊อพ กลิ่นอายบลูส์/โซลเข้มข้น มีลายเซ็นดนตรีอินเตอร์ชัดเจน และเป็นหนึ่งในคณะดนตรีรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนซีนดนตรีนอกกระแสของไทยไปสู่โสตและสายตาผู้ฟังทั่วโลก

H 3 F เปิดตัวซิงเกิลเดบิวต์ในปี 2018 ด้วยเพลง “Be Your Man” ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วด้วยซาวด์ดนตรีที่มีความสากล นุ่มนวล และเมโลดี้ติดหู ก่อนจะมีบทเพลงและอัลบั้มปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ดนตรีของฟวกเขาผสมผสานแนวดนตรีที่หลากหลาย หรือฟิวชัน ผ่านทักษะและความหลงใหลในการนำดนตรีหลายแนว เช่น บลูส์, ริธึมแอนด์บลูส์, ฟังค์กี้, โซล, แจ๊ซ และพ๊อพ ผ่านการเรียบเรียงดนตรีและเสียงประสานเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกล่อม โดยเนื้อร้องส่วนใหญ่แต่งเป็นภาษาอังกฤษแบบ 100% ภาษาที่ใช้มีความเป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ความสัมพันธ์ได้อย่างโรแมนติค นุ่มนวล และเข้าถึงง่ายสำหรับคนฟังทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก

จุดเด่นในดนตรีของ H 3 F คือฝีมือการเรียบเรียงและการแสดงสด มีไลน์กีตาร์ประชัน (Twin Guitars) จังหวะกรูฟของเบสและกลอง มีความแน่นและพริ้วไหวสูงมาก การโชว์สดของคณะสามารถดึงดูดและสะกดอารมณ์คนฟังให้โยกตามได้ตลอดทั้งโชว์

H 3 F ความเป็นคณะอินดี้อิสระที่มีเอกลักษณ์ทางเสียงชัดเจน ควบคุมกระบวนการทำเพลงและการสร้างสรรค์งานด้วยตัวเอง ทำให้บทเพลงและภาพลักษณ์ของวงมีความจริงใจและเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้ขยายฐานสู่ระดับสากล ด้วยผลงานเพลงภาษาอังกฤษและซาวด์ระดับมาตรฐานสากล ทำให้ H 3 F มีฐานแฟนเพลงกระจายอยู่ในหลายประเทศ ทั้งในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, สิงคโปร์ และตะวันตก รวมถึงได้รับการเชิญไปเล่นในมิวสิคเฟสติวัลระดับภูมิภาคอยู่เสมอ

คณะดนตรีสุดท้ายในรางวัล Best Group Artist of the Year คือ YONLAPA คณะดนตรีอินดี้ร็อค/ไซคีเดลิคพ๊อพ จากเชียงใหม่สังกัดค่าย Minimal Records ถือเป็นหนึ่งในคณะดนตรีร็อคไทยนอกกระแสที่ประสบความสำเร็จในการขยายฐานผู้ฟังและก้าวไปสู่ระดับสากลอย่างโดดเด่นมากที่สุดวงหนึ่งในยุคนี้

เปิดตัวซิงเกิลเดบิวต์เด็ดอย่าง “Let Me Go” ในปี 2019 ซึ่งกลายเป็นเพลงฮิตไวรัลข้ามคืนด้วยซาวด์ดนตรีนุ่มลื่นหู ตามมาด้วยอีพีอัลบั้ม FIRST TRIP (2020) และอัลบั้มเต็ม LINGERING GLOAMING (2023)

YONLAPA เป็นวงดนตรีไทยที่ได้รับความนิยมสูงมากในประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน ได้รับเชิญไปเล่นมิวสิกเฟสติวัลระดับโลกมากมาย เช่น Fuji Rock Festival (ประเทศญี่ปุ่น), งาน IKEA Festival รวมถึงการเดินสายเอเชียทัวร์อยู่เป็นประจำ  

ด้วยการแต่งเพลงและเมโลดี้ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว สามารถแต่งเนื้อร้อง ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เค้นอารมณ์ผสานกับเมโลดี้ที่มีความละมุนและติดหูง่าย ผ่านการเรียบเรียงซาวด์ดนตรีที่มีมิติ โดยเฉพาะการผสมผสานไลน์กีตาร์ที่มีกลิ่นอายไซคีเดลิกับดรีมพ๊อพ เข้ากับจังหวะหรือกรูฟของเบสและกลองที่แน่นหนา รวมถึงการทดลองทางดนตรีที่หลากหลายอย่างกล้าหาญ

จุดเด่นอีกอย่างของคณะ YONLAPA  คือการสื่อสารผ่านโชว์การแสดงสด สามารถส่งต่อพลังงานความสดทางดนตรี อารมณ์ และความล่องลอย สดใส ผ่อนคลาย แต่แฝงไปด้วยความหม่นเบาๆ ฟังแล้วเหมือนอยู่ในความฝันให้แก่ผู้ฟังบนเวทีสดได้อย่างยอดเยี่ยม จนซื้อใจแฟนเพลงต่างชาติได้อย่างรวดเร็ว

ความเป็นวงอินดี้ไทยที่มี Global Appeal ผลงานเพลงและภาพลักษณ์ของ YONLAPA มีความเป็นสากลสูง สามารถก้าวข้ามกำแพงภาษาและกลายเป็นคณะดนตรีโปรดของแฟนเพลงอินดี้ทั่วเอเชีย

คนฟังที่เป็นแฟนเพลงของคณะ YONLAPA บอกว่า ดนตรีของคณะนี้เปลี่ยนความฝัน ความหม่นเศร้า และเสียงกีตาร์ให้กลายเป็นโลกดนตรีของตัวเอง

YONLAPA คือคณะดนตรีอินดี้ที่ใช้เมโลดี้และเสียงร้องเป็นประตูสู่ความรู้สึก ใช้กีตาร์สร้างโลกทางเสียง และใช้เบสกับกลองทำให้โลกนั้นมีแรงขับเคลื่อน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ (Strictly Necessary Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้มีความสำคัญต่อการปฏิบัติการของเว็บไซต์ feedforfuture.co ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ของเว็บไซต์เราได้ทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนสมาชิกผู้ใช้งานของเว็บไซต์ ตลอดจนการตรวจสอบจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้ด้านประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อวิเคราะห์ และช่วยให้เราทราบถึงพฤติกรรมการใช้งาน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานบนเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการบันทึก และจดจำคุณลักษณะต่างๆ ที่ท่านได้เลือกขณะเข้าชมเว็บไซต์ของเรา เช่น หมวดหมู่ และเนื้อหาที่ท่านชอบอ่านมากที่สุด เราจะบันทึกข้อมูลเหล่านี้ และนำกลับมาใช้เมื่อท่านกลับเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราอีกครั้ง เพื่อปรับให้ท่านได้รับชมเนื้อหาได้ตรงกับความชอบของท่านให้มากที่สุด

  • คุกกี้เพื่อนำเสนอโฆษณาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Advertising Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อจดจำพฤติกรรมการอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ของท่าน รวมถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ท่านใช้ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์การนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด และช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาที่เรานำเสนอด้วย ตลอดจนช่วยป้องกัน หรือจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นโฆษณาเดิมซ้ำๆ

บันทึก