เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งความประทับใจของวงการบันเทิงไทย สำหรับงาน “FEED X KHAOSOD AWARDS 2026” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ICONSIAM HALL ชั้น 7 โดยความร่วมมือระหว่าง FEED สื่อไลฟ์สไตล์และบันเทิงคุณภาพ ร่วมกับ ข่าวสด สื่อออนไลน์ชั้นนำของประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อร่วมยกย่องและเชิดชูผลงานของคนเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตลอดจนบุคลากรในแวดวงบันเทิง ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้สร้างสรรค์ผลงานบนโลกโซเชียล พร้อมเดินหน้าสะท้อนศักยภาพและพลังสร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย และร่วมผลักดัน Soft Power ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ตลอดทั้งวัน ICONSIAM HALL เต็มไปด้วยสีสันและพลังของคนบันเทิง แฟนคลับ และผู้ร่วมงานกว่า 5,000 คน ที่ทยอยเข้ามาร่วมสัมผัสบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ ทั้งเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์ที่ดังลั่นฮอลล์ การปรากฏตัวของเหล่านักแสดง ศิลปิน Creator และ Influencer กว่า 250 คนบน BLACK CARPET รวมถึงกิจกรรมหลากหลายจากพาร์ตเนอร์ที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ภายในงาน ทำให้ FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกาศรางวัล หากยังเป็นพื้นที่แห่งการพบปะ สร้างโมเมนต์ และส่งต่อความสุขให้กับทุกคนที่มาร่วมงานอย่างเต็มอิ่ม

แม้งานจะปิดฉากลงไปแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความสนุกและความประทับใจยังคงถูกพูดถึง โดยเฉพาะความร่วมมือจากพาร์ตเนอร์ที่นำกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบมาสร้างสีสันให้กับผู้ร่วมงานตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เกมท้าทายความแม่น สินค้าให้ทดลองชิม ของกินเติมพลัง ไปจนถึงกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล ซึ่งแต่ละบูธก็มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันออกไป และนี่คือภาพรวมของพาร์ตเนอร์ที่ร่วมเติมเต็มความสนุกให้กับงานครั้งนี้

เริ่มต้นที่บูธ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่บูธให้กลายเป็นจุดท้าทายความแม่นกับกิจกรรม STOP WATCH CHALLENGE ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ทดสอบทั้งสมาธิและจังหวะการกดหยุดเวลา โดยมีโจทย์สำคัญคือการหยุดให้ตรงกับเวลา 5.33 วินาที ใครจับจังหวะได้พอดีก็รับ “กระเป๋าปลา” กลับไปเป็นของรางวัล ขณะที่ผู้ร่วมงานที่พลาดเป้าหมายก็ยังได้รับ “ปากกาไทยเครดิต” เป็นของที่ระลึก เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้เวลานาน แต่สร้างความลุ้นและเสียงหัวเราะได้ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาลอง

ขยับมาต่อที่มุมของคนรักการกินกับบูธ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ที่นำผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ในเครือมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองชิมสินค้าและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สนใจ โดยมีทั้งปลาหมึกเส้นปรุงรสชุบน้ำเบนโตะ รสฮอต ชิลลี่ ที่มาพร้อมรสชาติจัดจ้าน, เจเล่บิวตี้ เยลลี่ที่เหมาะกับการเติมความสดชื่น และน้ำมะพร้าวเยลลี่ที่เพิ่มความสนุกด้วยเนื้อสัมผัสเคี้ยวเพลิน จึงเป็นอีกหนึ่งบูธที่มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาเติมพลังและสัมผัสรสชาติใหม่ๆ ระหว่างเดินชมกิจกรรมภายในงาน

ขณะเดียวกัน คนรักบะหมี่ก็มีอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจจากบูธ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ที่นำ “ไวไวว้าว” บะหมี่พรีเมียมมาร่วมสร้างสีสัน พร้อมเปิดโอกาสให้ได้ทดลองชิมครบทั้ง 5 รสชาติ โดย 3 รสชาติใหม่อย่าง หมูผัดยี่หร่า, ไก่กรอบซอสเผ็ด และกระดูกหมูพริกไทยดำ มาพร้อมคาแรกเตอร์รสชาติที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความหอมเผ็ดร้อนแบบไทย รสเผ็ดจัดจ้าน ไปจนถึงน้ำซุปเข้มข้นและกลิ่นหอมของพริกไทย ขณะที่อีก 2 รสชาติ ได้แก่ แกงกะหรี่ญี่ปุ่นชีส และ โคเรี่ยนสไปซี่ซีฟู้ด ก็เติมความหลากหลายด้วยกลิ่นอายอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี
นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว บูธไวไวว้าวยังเพิ่มความสนุกด้วยกิจกรรม “วัดระดับความว้าว” ให้ผู้ร่วมงานร่วมทดสอบผ่าน QR Code หลังจากกดไลก์ช่องทางของไวไว โดยคะแนนที่ทำได้จะนำไปแลกรับของรางวัลต่างๆ ตั้งแต่ผ้าห่มน้องไวไว กระเป๋าน้องไวไว ไปจนถึงแก้วน้ำ รวมถึงมีไวไวว้าวสำหรับผู้ที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างการทดลองชิมและกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมอย่างสนุกสนาน

ส่วนสายเบอร์เกอร์ก็ได้รับการสนับสนุนจากบูธ บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด ที่จัดเต็มด้วย “อัคราเบอร์เกอร์” แจกให้ผู้ร่วมงานได้ลองชิมฟรีถึง 1,000 ชิ้น ครบ 3 เมนู ได้แก่ สเต็กไก่ซอสนิวออร์ลีนส์, แฮมไก่ ไข่ดาว ซอสมายองเนสบาร์บีคิว และสเต็กไก่ซอสสไปซี่ชีส แต่ละรสชาติมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน จึงตอบโจทย์ผู้ร่วมงานที่ต้องการหาอะไรรับประทานระหว่างวัน และช่วยเพิ่มความคึกคักให้พื้นที่บริเวณบูธ โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้คนเดินเข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

ไม่ต่างจากบูธของ บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด ผู้ผลิตสินค้า “โก๋แก่ มันทุกเม็ด” ที่นำขบวนของว่างและขนมมาสร้างความสุขให้กับผู้ร่วมงาน โดยมีทั้งโก๋แก่ถั่วลิสงกรอบรสกะทิ ช็อกโกบอล ปังโก๋ และไอศกรีม ให้เลือกซื้อได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นของว่างระหว่างเดินชมงาน หรือซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน บูธโก๋แก่จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ช่วยเติมพลังให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมสร้างบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางความคึกคักของงานประกาศรางวัล

ขณะที่ ไอคอนสยาม ในฐานะเจ้าของพื้นที่จัดงาน ก็ร่วมยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือนด้วยสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน โดยผู้ที่มี Wristband สามารถรับคูปองแทนเงินสด เพื่อใช้เป็นส่วนลดในร้านค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งมีร้านอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายแห่ง อาทิ Bearhouse, Gong cha, Kamu Kamu, Karun Thai Tea, Minimelts, Nose Tea, Pacamara Coffee Roasters และ Umami Sushi Roll ทำให้ประสบการณ์ของผู้ร่วมงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในฮอลล์ แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่พื้นที่ต่างๆ ของไอคอนสยามได้อีกด้วย

สำหรับบูธของ สยามไวน์เนอรี่ จำกัด ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับพื้นที่กิจกรรมด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มรสชาติใหม่ที่มีส่วนผสมของมะพร้าวน้ำหอม พร้อมกิจกรรมภายในบูธที่ช่วยสร้างความสนุกและดึงดูดผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วม จุดเด่นของผลิตภัณฑ์อยู่ที่การนำกลิ่นหอมและรสชาติของมะพร้าวน้ำหอมมาผสานกับเครื่องดื่มในรูปแบบใหม่ ทำให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง ขณะที่กิจกรรมภายในบูธก็ช่วยสร้างบรรยากาศให้คึกคักตลอดช่วงเวลาของงาน

ปิดท้ายด้วย บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ที่มาพร้อมบูธ Honda My Honda Moto และกิจกรรม “วงล้อเสี่ยงโชค” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุกและลุ้นของรางวัลแบบเซอร์ไพรส์ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฮอนด้า และร่วมทำภารกิจด้วยการถ่ายภาพกับรถฮอนด้าแล้วแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยมีของรางวัลหลากหลายทั้งเสื้อ Honda กระเป๋า ผ้าขนหนู หมวก และขวดเก็บน้ำร้อน-เย็น ช่วยเติมความตื่นเต้นให้กับผู้ร่วมงานก่อนกลับไปติดตามช่วงเวลาสำคัญของเวทีประกาศรางวัล

นอกจากสีสันจากกิจกรรมและบูธต่างๆ แล้ว ภายในงานยังมีพาร์ตเนอร์อีกหลายรายที่มาร่วมเติมเต็มประสบการณ์ของผู้ร่วมงานด้วยอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ทั้งขนมอร่อยๆ จาก CP ALL โอนิกิริและขนมปังเลอแปงจาก CP RA รวมถึง CP แรปไก่ 5 ดาว และของว่างจาก คริสปี้ครีม พร้อมเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นจาก CHAGEE, โออิชิ และน้ำมะพร้าว cocolove ช่วยเติมพลังให้ผู้ร่วมงานได้อิ่มอร่อยและสดชื่นตลอดวัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกและความคึกคักของงาน
ท้ายที่สุด แม้งาน FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 จะปิดฉากลงพร้อมกับเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดในฮอลล์ แต่ภาพของผู้คนกว่า 5,000 คน ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ รวมถึงสีสันจากพาร์ตเนอร์ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครั้งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับเชิดชูคนเบื้องหน้าและเบื้องหลังของวงการบันเทิงไทยแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่พาผู้คนมาพบเจอ สร้างโมเมนต์ และแบ่งปันความสุขร่วมกัน จนกลายเป็นความประทับใจที่ยังคงอยู่ตลอดไป


