มาทำความรู้จัก 3 หนุ่ม 3 สไตล์ ผู้เข้าชิงรางวัลนักแสดงชายยอดนิยม FEED x KHAOSOD AWARDS 2026

เริ่มกันที่ “เก่ง – หฤษฎ์ บัวย้อย” นักแสดงภายใต้สังกัดดูมันดิ (Domundi) ที่กำลังเป็นที่จับตามอง หลังแจ้งเกิดจากบท “จิ่งนะ” ในภาพยนตร์ “วิมานหนาม” ก่อนจะดังเป็นพลุแตกกับบท “พ่อครูภรัณ” จากซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด” จนกลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่น่าจับตา ด้วยความสามารถที่หลากหลาย แสดงก็ดี ร้องเพลงก็เพราะ พร้อมกวาดงานพรีเซ็นเตอร์ และโอกาสใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เก่ง หฤษฎ์ เกิดวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2542 ที่อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม และศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา สมัยเรียนเจ้าตัวยังเคยถูกเปิดวาร์ปในฐานะ “ครูภาษาไทยหล่อบอกต่อ” ขณะฝึกสอน จนได้รับความสนใจจากโลกโซเชียลไม่น้อย

เส้นทางสู่วงการบันเทิงของ เก่ง หฤษฎ์ เรียกได้ว่าฉายแววมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว ในชั้นปีที่ 1 ได้รับเลือกเป็นตัวแทนคณะเข้าประกวดดาว-เดือนมหาวิทยาลัยพะเยา และคว้ารางวัลเดือนมหาวิทยาลัยพะเยามาครอง จากนั้นจึงเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางการประกวดและงานนายแบบอย่างจริงจัง มีผลงานจากหลายเวที เช่น Mister Chinese Chiang Mai 2021, เวทีบ่าวเจียงใหม่ และ ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการประกวด “เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่” พร้อมเข้าสู่สังกัด Red Modelling Thailand

หลังจากนั้นไม่นาน “เก่ง หฤษฎ์” ก็ได้เข้าร่วมรายการ DMD Friendship The Reality ของค่ายดูมันดิ (Domundi) รายการเฟ้นหานักแสดงที่มุ่งพัฒนาทักษะการแสดง และค้นหาคู่ที่มีเคมีเหมาะสมกัน โดย เก่ง ได้รับรางวัล BEST PARTNER DMD Friendship the Reality คู่กับ น้ำปิง นภัสกร ปิงเมือง และได้รับโอกาสรับบทนำในซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางการแสดงของเจ้าตัว

เก่ง หฤษฎ์ ยังร่วมแสดงในภาพยนตร์ “วิมานหนาม” ของค่าย GDH ซึ่งเข้าฉายในปี 2567 และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทำรายได้ทั่วประเทศขึ้นอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 3 สัปดาห์ และกวาดรายได้รวมกว่า 151 ล้านบาท ส่งให้ชื่อของเก่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และกลายเป็นนักแสดงดาวรุ่งที่น่าจับตามอง

จนมาถึงวันที่ซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด” เผยสู่สายตาผู้ชม “เก่ง” ในบท “พ่อครูภรัณ” ก็แจ้งเกิดแบบเต็มตัว ด้วยคาแรกเตอร์ที่สุขุม แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ทำให้พ่อครูภรัณเข้าไปนั่งอยู่ในใจผู้ชมอย่างรวดเร็ว และส่งให้ชื่อของเก่งเป็นที่พูดถึงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเจ้าตัวได้มีโอกาสกลับมาแสดงภาพยนตร์อีกครั้งในเรื่อง “ดีว่า…ราวี” กับบทบาทสุดท้าทายอย่าง “อเล็กซ์ คิม” ไอดอลหนุ่มที่ต้องถ่ายทอดทั้งการแสดงและเสน่ห์ในแบบศิลปิน

ขณะเดียวกันอีกหนึ่งพาร์ตที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือความสามารถด้านการร้องเพลง เพราะนอกจากจะเล่นละครและภาพยนตร์ได้ดีแล้ว เจ้าตัวยังมีเสียงร้องที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ มีผลงานเพลงประกอบซีรีส์และภาพยนตร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง “To The Moon” จากซีรีส์ “บนพระจันทร์มีกระต่าย”, “ใจจงมั่น”, “มนตรา”, “ทุกชาติพบ” และ “เกี่ยวก้อย (Forever Entwined)” จากซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด” และ “BEAST” เพลงประกอบภาพยนตร์ “ดีว่า…ราวี”

และหากใครคิดถึงผลงานการแสดงของเก่ง เตรียมรอติดตามกันได้เลย เพราะในเดือนมิถุนายน 2026 มีการประกาศว่าเก่งและน้ำปิงจะมีซีรีส์ “เขมจิราต้องรอดตลอดกาล“ ซึ่งเป็นตอนพิเศษของซีรีส์ที่จะได้รับชมเร็วๆ นี้, “Magic Lover Series พ่อมดลุ้นรัก” และ “ดั่งเดือนค้างฟ้า”

เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้เป็นอีกหนึ่ง “ปีทอง” ของ “เก่ง หฤษฎ์” เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากผลงานภาพยนตร์ ซีรีส์ และเพลงที่ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามอย่างต่อเนื่องแล้ว เจ้าตัวยังมีโอกาสรับบทพระเอกมิวสิกวิดีโอ มีผลงานพรีเซ็นเตอร์ รวมถึงได้ก้าวไปสู่เวทีระดับโลก ทั้งการร่วมงานแฟชั่นวีคและเดินทางไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

แต่กว่าจะประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ “เก่ง หฤษฎ์” ต้องผ่านการวิ่งแคสต์งานมาตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 เป็นเวลานานกว่า 5-6 ปี จนเจ้าตัวเคยเกือบถอดใจ และคิดจะกลับไปสอบบรรจุเป็นครู แต่สุดท้ายความพยายามที่สั่งสมมาตลอดหลายปีก็ไม่สูญเปล่า เพราะวันนี้เพชรเม็ดนี้ได้เปล่งประกาย และก้าวเข้าสู่สายตาของผู้ชมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไปต่อกันที่  พูห์ – กฤติน กิจจารุวรรณกุล อีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และพัฒนาฝีมือในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นกับบท “ชาลี” ในซีรีส์ “พิษเบ๊บ” (PIT BABE The Series) โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ของค่าย CHANGE2561 ก่อนขยับมารับบทบาทที่หลากหลายขึ้น จนมีผลงานและฐานแฟนคลับที่ให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่น

“พูห์ กฤติน” เกิดวันที่ 4 กรกฎาคม 2546 โดยมีชื่อเล่นว่า “พูห์” หรือ “หมีพูห์” ซึ่งมาจากครอบครัวที่คุณพ่อชื่อหมี ขณะที่เจ้าตัวมีน้องชายชื่อ “แพน” หรือ “แพนด้า”

ในด้านการศึกษา พูห์ถือเป็นหนุ่มที่มีความโดดเด่นด้านวิชาการไม่น้อย โดยจบระดับมัธยมต้นจากโรงเรียนสาธิตพิบูลบำเพ็ญ มหาวิทยาลัยบูรพา ก่อนศึกษาต่อระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ในโครงการ วมว. และเคยเป็นนักเรียนทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ

จากนั้นก้าวเข้าสู่รั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ สาขา Robotics & AI ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เจ้าตัวให้ความสนใจ โดยหนึ่งในผลงานที่น่าสนใจคือการสร้างโมเดลต้นแบบหุ่นยนต์ช่วยกายภาพบำบัด และเคยได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองจากเวที 10th SCiUS Forum

และในเดือนพฤษภาคม 2569 พูห์เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญในชีวิต ควบคู่ไปกับการเดินหน้าทำงานในวงการบันเทิง

แม้เส้นทางการเรียนจะมุ่งไปทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ “การเป็นนักแสดง” กลับเป็นความฝันที่พูห์อยากทำมาโดยตลอด และในปี 2566 ความฝันดังกล่าวก็เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง เมื่อเจ้าตัวเซ็นสัญญากับ CHANGE2561 และได้เดบิวต์งานแสดงในซีรีส์ “พิษเบ๊บ”

พูห์ได้รับโอกาสรับบท “ชาลี” นิสิตจบใหม่ที่มีความฝันอยากเป็นนักแข่งรถ แต่ยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง จึงเข้าไปขอความช่วยเหลือจาก “เบ๊บ” นักแข่งรถชื่อดัง ซึ่งรับบทโดย “พาเวล-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์”

บท “ชาลี” กลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่ทำให้แฟนๆ ได้รู้จักพูห์มากขึ้น พร้อมได้รับความสนใจจากผู้ชมในวงกว้าง โดยเฉพาะเคมีการแสดงร่วมกับพาเวลที่ได้รับความรักและการสนับสนุนจากแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง

จากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2568 พูห์กลับมารับบท “ชาลี” อีกครั้งใน “พิษเบ๊บ 2” (PIT BABE The Series 2) สานต่อเรื่องราวจากภาคแรก และเป็นอีกผลงานที่ทำให้เห็นพัฒนาการของเขาในฐานะนักแสดง

ในปี 2568 พูห์ ยังได้รับโอกาสทางด้านการแสดงในบทบาทที่แตกต่างออกไป มีผลงานซีรีส์ “สิงสาลาตาย” รับบท “ธูป” ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้ถ่ายทอดการแสดงในอีกมิติหนึ่ง จากผลงานดังกล่าว พูห์ยังได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง “สิงสาลาตาย” ในงานประกาศรางวัลเกียรติคุณกินรีทองมหาชน ครั้งที่ 11

ส่วนผลงานล่าสุดคือ “The Grim Lover รักลืมตาย” ที่กำลังถ่ายทำ โดยพูห์รับบท “ระฟ้า” ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์ แฟนหนุ่มของ “หมอวอน” ที่รับบทโดย พาเวล-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์ รวมถึงอีกหนึ่งบทบาทอย่าง “ยมทูต 14” ซึ่งมีกำหนดออกอากาศตอนแรกในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569 (เลื่อนจากกำหนดเดิมคือวันที่ 5 กันยายน 2569) ทางช่อง one31 ทุกวันเสาร์ เวลา 22:30 น.

นอกจากการเรียนและการแสดงแล้ว พูห์ยังมีความสามารถและความสนใจที่หลากหลาย ทั้งการเล่นเกม ซึ่งเจ้าตัวเคยเป็นนักแข่งเกม รวมถึงกีฬาอีกหลายประเภท ทั้งสกี ฟุตบอล กอล์ฟ และสนุกเกอร์ ขณะเดียวกันก็ยังคงสนใจด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีควบคู่ไปกับงานในวงการบันเทิง

ปิดท้ายกันที่นักแสดงมาแรง และน่าจับตามองในปีนี้ สำหรับ “ตี๋ตี๋ วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ” ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดดูมันดิ (Domundi) และเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ไทย DEXX ที่มาพร้อมความสามารถรอบด้าน ทั้งการแสดง ร้องเพลง และเต้น แถมยังโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ “หมาเด็ก” จนตกหัวใจเหล่าพี่สาวได้อย่างอยู่หมัด

“ตี๋ตี๋” เกิดวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2548 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ด้านการศึกษา เรียนจบชั้นมัธยมฯจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เส้นทางในวงการบันเทิง เริ่มฉายแววมาตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษา หลังเคยเข้าร่วมโครงการระดับประเทศ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 12 ในปี 2022 ก่อนก้าวเข้าสู่สังกัดดูมันดิ ในฐานะสมาชิก DMD Gen 3 และได้ร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของรายการเรียลลิตี้ “DMD Friendship the Reality” เพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ ทั้งการเดินแบบ การร้องเพลง และการแสดง พร้อมค้นหาคู่พาร์ตเนอร์ที่มีเคมีเข้ากัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญที่พาเขาเข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปิน และนักแสดงอย่างเต็มตัว

หลังจากจบรายการ เรียลลิตี้ “DMD Friendship the Reality” ไม่นาน ตี๋ตี๋ก็ได้ประเดิมผลงานซีรีส์เรื่องแรก “กี่หมื่นฟ้า” (Your Sky Series) ในบท “ใกล้ใจ” ที่สามารถตกหัวใจคนดูจนหลายคนยิ้มตาม ก่อนจะเดินหน้าสู่เส้นทางศิลปิน ด้วยทักษะด้านการร้องและการเต้นที่โดดเด่น จนในปี 2025 ดูมันดิประกาศเปิดตัวบอยกรุ๊ป 6 สมาชิก “DEXX” ภายใต้สังกัด DMD Music ประกอบด้วย เจมส์ ศุภมงคล, ติวเตอร์ กรภัทร์, ยิม ปริญญากรณ์, อู๋ ธนภูมิ, ป๋อ ศุภการ และ ตี๋ตี๋ วันพิชิต โดยเดบิวต์อย่างเป็นทางการด้วยซิงเกิลแรก “Clang Clang” และตี๋ตี๋ยังเป็นผู้จุดประกายการทำท่าไวรัลสุดฮิต “หม่ามี๊”

จากนั้นตี๋ตี๋ ได้มาพิสูจน์ตัวเองในอีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่สร้างชื่อให้กับเจ้าตัว กับการรับบท “ด้วง” ในซีรีส์ “ด้วงกับเธอ (Duang With You Series)” ซึ่งทันทีที่ออกอากาศก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี ด้วยเนื้อเรื่องที่สดใส และชวนให้คนดูอมยิ้มไปกับเรื่องราว

รวมถึงการถ่ายทอดคาแรกเตอร์ “ด้วง” ของตี๋ตี๋ ที่ทั้งน่ารัก น่าเอ็นดู และเต็มไปด้วยเสน่ห์ จนแฟนๆ ต่างพากันเอาใจช่วยให้เจ้าตัวจีบ “ฉิน” ที่รับบทโดย “ป๋อ ศุภการ” ได้สำเร็จ เรียกได้ว่าตี๋ตี๋ถ่ายทอดบทบาทนี้ออกมาได้อย่างลงตัว จนสามารถตกแฟนคลับเข้าด้อมได้อย่างมากมาย และกลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ด้านผลงานเพลงก็ไม่น้อยหน้า เพราะเจ้าตัวได้มีโอกาสโชว์ความสามารถด้านการร้องเพลงผ่านผลงาน ได้แก่ “ไม่ชูสแต่ไม่ท้อ (Don’t Give Up)” และ “เตรียมใจไว้รักเธอ (101% Love)” รวมถึงเพลงที่ร้องคู่กับป๋ออย่าง “สิ่งที่แสนดี (Sing Tee Saen Dee)” และ “Not the Best but Still Good” นอกจากนี้ยังมีเพลง “รักได้แล้ว (Next Status)” ที่ตี๋ตี๋ร่วมร้องกับสมาชิกวง DEXX อีกด้วย

และหากใครคิดถึงผลงานการแสดงของตี๋ตี๋ เตรียมรอติดตามกันได้เลย เพราะในเดือนมิถุนายน 2026 มีการประกาศว่าตี๋ตี๋และป๋อจะกลับมารับบทนำร่วมกันอีกครั้ง ในซีรีส์เรื่องใหม่ “Friend Benefit” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามอง

สำหรับรางวัลยอดนิยม เริ่มโหวตพร้อมกันตั้งแต่วันนี้ – 21 กันยายน เวลา 23.59 น.

ช่องทางการโหวต: https://feedxkhaosodawards.feedforfuture.co/

เงื่อนไขการโหวต

รูปแบบที่ 1 : FREE VOTE (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ของคะแนนทั้งหมด

รูปแบบที่ 2 : โหวตแบบแพ็คเกจ (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ของคะแนนทั้งหมด

FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน นี้ @ICONSIAM HALL สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FEED / KHAOSOD และสื่อในเครือมติชน

เพลงร็อกช่วยเยียวยาหัวใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ (Strictly Necessary Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้มีความสำคัญต่อการปฏิบัติการของเว็บไซต์ feedforfuture.co ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ของเว็บไซต์เราได้ทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนสมาชิกผู้ใช้งานของเว็บไซต์ ตลอดจนการตรวจสอบจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้ด้านประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อวิเคราะห์ และช่วยให้เราทราบถึงพฤติกรรมการใช้งาน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานบนเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการบันทึก และจดจำคุณลักษณะต่างๆ ที่ท่านได้เลือกขณะเข้าชมเว็บไซต์ของเรา เช่น หมวดหมู่ และเนื้อหาที่ท่านชอบอ่านมากที่สุด เราจะบันทึกข้อมูลเหล่านี้ และนำกลับมาใช้เมื่อท่านกลับเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราอีกครั้ง เพื่อปรับให้ท่านได้รับชมเนื้อหาได้ตรงกับความชอบของท่านให้มากที่สุด

  • คุกกี้เพื่อนำเสนอโฆษณาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Advertising Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อจดจำพฤติกรรมการอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ของท่าน รวมถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ท่านใช้ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์การนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด และช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาที่เรานำเสนอด้วย ตลอดจนช่วยป้องกัน หรือจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นโฆษณาเดิมซ้ำๆ

บันทึก