ไม่ได้มามือเปล่า (2532)
อัลบั้มแรกที่ต้องยอมประนีประนอมกับตลาดเพลง จึงถูกนำด้วยเพลงรักอย่าง ‘ไม่ได้มามือเปล่า’ ‘ก็เท่านั้น’ ‘หวง’ แต่ก็มีเพลงที่จะเป็นตัวตนของปฐมพรในเวลาต่อมารวมอยู่ด้วย คือ ฉันแอบอยู่, มายา, ทรมาน, ปีศาจ (1) ปฐมพร ยืนยันกับค่ายเพลงถึงการคาดหน้า เพื่อไว้ทุกข์ให้กับเพื่อนร่วมวง GAY (มาจากเกเร และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น May 21st) ของเขาที่เดินทางร่วมกันมา แต่ด้วยปัญหาต่างๆ ทำให้เหลือเขาได้ออกอัลบั้มเพียงคนเดียว และการคาดหน้านี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวตลอดมา
พราย (2534)
อัลบั้มที่มี่ชื่อเพลงอยู่เพลงเดียวคือ ‘พราย’ ส่วนที่เหลือคือบทเพลงไร้ชื่อ ปฐมพร กลับมาอีกครั้งหลังประกาศเลิกร้องเพลง ด้วยการประกาศว่า ‘ปฐมพรตายเป็นพราย’ อัลบั้มนี้ คือ การหลุดพ้นจากเพลงตลาดโดยสิ้นเชิง นี่คือจุดตั้งต้นของเพลงแบบพราย (ตามชื่อที่ถูกเรียกภายหลัง) ทั้ง หนุ่มสาว, ฟ้ามืดจึงเห็นดาวสาย, ยักษ์, กำพร้า, บัดซบ
เจ้าหญิงแห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเล (2536)
อัลบั้มคู่ในตำนาน ที่ปฐมพร ได้รับอิสระภายใต้การทำงานกับค่าย BMG จนได้อัลบั้มที่ถ่ายทอดทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ในชื่อเพลงที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ มีเพลงทรงพลังนอกจาก 2 เพลงที่เป็นชื่ออัลบั้ม (ที่ถูกเรียกในเวลาต่อมา) อย่าง จริงเพียงจริง, นาฬิกาตาย, ลืม, ดนตรีร่ายมนต์, ปีศาจ 2, ถุย, โรคจิต
พรายใต้สำนึก (2538)
อัลบั้มปกแดงที่ทำเองขายเอง ดิบทั้งเนื้อหาและภาคดนตรี ด้วยการชนกับเหล่านักวิจารณ์ตรงๆ ในเพลงที่ใช้สัญลักษณ์แทนชื่อ (แต่เรียกกันในเวลาต่อมา) ว่า ‘เทวดา…สัตว์กับหมา’ และมีเพลงตั้งคำถามและประชดประชันสังคมอย่าง อยาก, กูมันเลว!, ตัณหา
(ปกเหลือง) (2540)
มินิอัลบั้ม 6 เพลงที่ไม่มีชื่ออัลบั้ม เรียกกันตามสีปกว่าปกเหลือง มีเพลงติดชาร์ตอับดับ 1 ของ ไพเรท ร็อก คือ เพลง ‘ไม่มีสังคม’ และยังมีเพลง ‘ยังรัก’ ที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนฟังเพลงนอกกระแส
ชุดพิเศษ (2544)
หลังอัลบั้มปกเหลือง ปฐมพร ไม่ได้ทำงานเพลงใหม่จนมาทำชุดนี้ เพื่อไว้อาลัยให้กับ อรสา สีบุญเรือง คู่ชีวิตของ พิเชษฐ์ นิ่มสุวรรณ มือกีต้าร์ผู้เป็นทั้งญาติและเพื่อนคู่คิดด้านดนตรีของปฐมพร เพลงใหม่มาจากการแต่งของ พิเชษฐ์ รวมกับเพลงเก่าของ ปฐมพร รวมทั้ง …ก่อน ที่เคยมอบให้ โมเดิร์นด็อก ใช้ในอัลบั้มในปี 2537 ถูกนำมาบันทึกเสียงในอัลบั้มนี้ด้วย
เพื่อนของฉัน (2551)
ปฐมพรกลับมาในรอบหลายปี ด้วยบทเพลงที่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารที่ลดความเกรี้ยวกราดลง แต่ยังคงมี ‘สาร’ ที่ต้องการ ‘สื่อ’ ถึงผู้ฟัง มีเพลงที่ยังคงความคมคายแบบ ชาติหน้า, เหนือ, กลาง มีเพลงที่ฉีกจากตัวตนเดิมๆ สิ้นเชิงแต่เนื้อหาดีมากอย่าง พรุ่งนี้ (และฉีกแนวแบบ 3 เพลงภาษาใต้) น่าสนใจว่า ในห้วงเดียวกันนี้เขาทำงานควบคู่ไปทั้งผลงานที่จะออกมาภายหลัง คือ โปรเจ็กต์ ปีศาจอวสาน (2553) ของพิเชษฐ์ ที่เป็นบทสรุปจากปีศาจ 1 ในอัลบั้มชุดแรก และ ปีศาจ 2 ในอัลบั้ม เจ้าชายแห่งทะเล และงานที่ทำร่วมกับ เมธี น้อยจินดา มือกีต้าร์ โมเดิร์นด็อก
Pry & May-T project
Poetic Part (2553) และ Re-Creation Part (2555) 2 อัลบั้มที่ทำร่วมกับ เมธี ทำให้ผลงานของปฐมพร ถูกขยายความไปสู่พาร์ตใหม่ๆ ทางดนตรีที่ลึกซึ้งแต่ก็ทำให้ผู้ฟังรุ่นใหม่น่าจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีเพลงอย่าง First Time, ปรายฟ้า, บางเวลา, จี๊ดดดด, เพลงพราย ภาค 2 และ …ก่อน ในเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์ทั้งเนื้อหาที่ถูกขยายเพิ่มและภาคดนตรี
Precious (2562)
ปฐมพร กลับมามีอัลบั้มเดี่ยวอีกครั้ง เขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงอัลบั้มนี้กับ The Reporter ว่า ครั้งหนึ่ง เขาเป็นผู้ที่หว่านเมล็ดพันธุ์ความทุกข์ ความเหงา เศร้า และเดียวดาย ความเกลียดชังและเจ็บปวด ไว้กับแฟนเพลงกลุ่มหนึ่ง เมื่อกาลเวลาผ่านไป เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเติบโตไปพร้อมๆ กัน ในทิศทางที่ต่างกันบ้างเข้าใจ และเจริญเติบโต สวยงาม บ้างไม่เข้าใจ และยังคงจมกับความไม่เข้าใจนั้นต่อไป เขาจึงกลับมาเพื่อหยิบยื่น หวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่ อัลบั้มนี้มีเพลง สัญลักษณ์สายฟ้า (เธอ = ฉัน) รอก่อนความตาย, เกิดมาทำไม (ร่วมกับ แป้ง อุบลวรรณ) และ ตุ๊กตาสีฟ้า ที่เพลงนี้อยากให้ฟังทั้งพาร์ตดนตรีและวิธีการเล่าเรื่อง
Pry in Space (2562)
งานร่วมกับวงอภิวาท ที่แม้หลายเพลงปฐมพร ไม่ได้แต่ง แต่การได้ร่วมงานกับวงที่มีทั้ง ดนตรีแนวคลาสสิค ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และดนตรีแนวทดลอง ทำให้บทเพลงล่องลอยไปเหมือนกับชื่ออัลบั้ม Pry in Space และการทำงานร่วมกับ ‘แป้ง’ อุบลวรรณ เปียแก้ว มือเปียโน ช่วยทำให้เพลงของ ปฐมพร มีมิติกว้างขึ้น (ลองฟังเพลง My Winter) และ อุบลวรรณ จะเป็นทีมสำคัญในการแสดงสดของปฐมพร มาจนถึงปัจจุบัน

ปฐมพร มีอัลบั้มบันทึกการแสดงสด 2 อัลบั้ม ครั้งแรกที่เวทีกลางแจ้ง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (2538) และอีกครั้งที่สถาบัน ปรีดี พนมยงค์ (2560)


