Indy Mania By พอล เฮง คอลัมน์ที่จะพาย้อนกลับไปในช่วงการปะทุและระเบิดของเพลงไทยนอกกระแส ในช่วงทศวรรษที่ 90s
‘การปรากฏเกิดของนักร้องหรือคณะดนตรีในปี 2537 ล้วนมีความน่าตื่นเต้นพรั่งพร้อมเปี่ยมด้วยคุณภาพของดนตรีและแนวเพลงแบบใหม่ในเชิงลึก
อย่างที่รู้กันว่า ในปีนี้เป็นการปักหมุดลงไปของแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่ทะลักทลายสร้างซาวด์ใหม่ให้วงการเพลงของเมืองไทย แต่ท่ามกลางความบ้าคลั่งของการผุดโผล่ของนักร้องและคณะดนตรีรุ่นใหม่ ยุคนั้นยังช่วยเปิดพื้นที่ให้กับคนดนตรีร็อกรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ได้โชว์ผลงานอัลบั้มของตัวเองออกมาเช่นกัน
อัลบั้มที่เป็นจำหลักของยุคสมัยในปี 2537 ‘โยกหัว’ ของ ไทร็อก ต้องอยู่ในความทรงจำของคนฟังเพลงยุคนั้นอย่างแน่นอน ในฐานะศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากสีสันอวอร์ด ปี 2537
อัลบั้มเพลงร็อกที่มีกลิ่นอายเฉพาะ เป็นที่รู้จักกันในสายคนฟังเพลงหัวก้าวหน้าและกระแสหลักอยู่พอสมควร แต่ในเชิงธุรกิจด้านยอดขายยังไม่สามารถทะลุไปถึงระดับมหาชนเข้าสู่โสตของคนหมู่มากได้
อัลบั้ม ‘โยกหัว’ ไทร็อก หรือมีชื่อจริงว่า มศักดิ์ เตกวี นับว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มสำคัญที่ร่วมเปิดยุคอัลเทอร์เนทีฟร็อก และสามารถเจาะเกราะเข้าไปเห็นการเชื่อมโยงที่สำคัญของคนรุ่นเฮฟวีเมทัลรุ่นกลางกึ่งใหม่ที่สามารถทำงานเพลงร็อกฉีกออกมาได้อย่างเป็นตัวของตัวเองผ่านยุคสมัยที่เปลี่ยนแปรไปได้อย่างลงตัวและเปี่ยมคุณภาพ
บุคลิกทางดนตรีสำคัญซึ่งสามารถแสดงตัวตนของตัวเองออกมาได้ มองเห็นรูปรอยของความมั่นใจและอหังการทางดนตรีร็อกในรูปแบบของตัวเองอย่างหมดจด รวมถึงมาอย่างถูกที่ถูกเวลา แต่น่าเสียดายในห้วงเวลาที่ได้รับการยกย่องผ่านรางวัลคุณภาพของประเทศ สีสันอวอร์ดส ในฐานะศิลปินหน้าใหม่ ปี 2537 เขากลับหายตัวไปจากสารบบ และไม่ทำงานเพลงหรืออัลบั้มออกมาอีกเลย กลายเป็นคนดนตรีร็อกที่สูญหายอย่างไร้ร่องรอย
ไทร็อก น่าจะเป็นชื่อที่สื่อสารความเป็นตัวเอง อิสระที่ไม่มีกรอบของการตลาดและดนตรีตามสมัยนิยมมาครอบงำให้เดินตามสูตรสำเร็จของการทำเพลงยอดนิยมที่เดินตามๆ กันในตลาดเพลง โดยเฉพาะตลาดเพลงร็อกและเฮฟวีเมทัลก่อนที่จะมาถึงปี 2537 จะมีแนวดนตรีของคณะดนตรีร็อกที่ซ้ำๆ กันอยู่พอสมควร คือ พ็อปร็อก พ็อปเมทัลหรือแฮร์แบนด์ เฮฟวีเมทัล ซึ่งมีความเป็นซอฟต์ร็อก และบัลลาดร็อกเอาใจคนฟังเพลงตามครรลองของตลาดเพลงร็อกที่เติบใหญ่ขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ จนขึ้นเป็นตลาดเพลงกระแสหลักอีกสายหนึ่ง วนเวียนอยู่ยาวนานเป็นทศวรรษ
ประวัติของ มศักดิ์ เตกวี หรือต่อมาเป็นศิลปินเดี่ยวที่ชื่อ ‘ไทร็อก’ ไม่มีใครระบุได้แน่ชัด บ้างก็ว่าเติบโตมาจากเบ้าหลอมของดนตรีฮาร์ดร็อกและเฮฟวีเมทัล ในช่วงเวลาของวัยหนุ่ม การเล่นดนตรีกลางคืนและได้เข้าร่วมเป็นนักร้องนำเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ให้กับ โอฬาร พรหมใจ มือกีตาร์ระดับเทพเซียนแห่งคณะดนตรีเฮฟวีเมทัลเบอร์ 1 ของเมืองไทย นั่นคือ ดิ โอฬาร โปรเจ็คต์ แต่เท่าที่ดูรายชื่อสมาชิกที่บันทึกไว้ไม่มี แสดงว่าต้องเป็นช่วงทำงานเดี่ยวของ โอฬาร พรหมใจ และก็มีอีกสายหนึ่งที่คุ้นเคยกับ มศักดิ์ เตกวี ในกลุ่มนักดนตรีห้องอัดที่เซ็นเตอร์ สเตจ ให้ข้อมูลว่า หลังจากไทร็อก มศักดิ์ ก็กลับไปทำสวนที่เมืองจันท์ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดทั้ง 2 ทางไม่มีการอ้างอิงอย่างเป็นทางการจากมศักดิ์หรือไทร็อก เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลและความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย
อย่างที่ว่า การสืบเสาะค้นหาที่มาที่ไปของ มศักดิ์ เตกวี นั้น ยากยิ่งนัก เหมือนจอมยุทธ์ไร้ร่องรอย ไปมาเหมือนลมพัด จึงยากนักที่สะท้อนภาพถึงตัวตนของเขา นอกจากงานที่มีเพียงอัลบั้มเดียว บทสัมภาษณ์ต่างๆ ก็แทบจะไม่ปรากฏออกมา
ด้วยเอกลักษณ์ของดนตรีร็อกที่มีความเฉพาะตัว โดยเฉพาะการเขียนเนื้อร้องและมุมมองต่างๆ การใช้ภาษาที่มีความแปลกในศัพท์แสงที่เลือกมาอยู่พอสมควร รวมทั้งชื่อเพลงที่ประหลาดๆ ในบางเพลงอยู่พอสมควร
การได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม สีสันอวอร์ดส์ ปี 2537 อย่างไม่คาดคิดและคาดฝัน เพราะในปี 2537 รางวัลนี้จะเพ่งความสนใจไปที่ โมเดิร์นด็อก กับอัลบั้มแรก ‘โมเดิร์นด็อก’ ที่ออกมาและสร้างชื่อเสียงและเพลงยอดนิยมในระดับปรากฏการณ์ของคณะดนตรีหน้าใหม่กับงานชุดที่ได้รับเสียงวิจารณ์ด้านบวกในเชิงชั้นคุณภาพทางดนตรีและความแปลกใหม่ในซาวด์อัลเทอร์เนทีฟร็อกที่รับอิทธิพลกรันจ์ร็อคของซีแอตเติลซาวด์มา
แน่นอน ในปีนี้ ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมสีสันอวอร์ดส์ ก็ตกเป็นของโมเดิร์นด็อก จากอัลบั้ม ‘โมเดิร์นด็อก’ และอีกรางวัลคือ โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม กมล สุโกศล แคลปป์ จากอัลบัม ‘โมเดิร์นด็อก’ ซึ่งไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด บรรดาผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงยุคนั้นก็มองว่า โมเดิร์นด็อกน่าจะควบรางวัล ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมเสียด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นการที่ ไทร็อก จากอัลบั้ม ‘โยกหัว’ สามารถคว้ารางวัลนี้ได้อย่างพลิกล็อกหักปากกาเซียน คนฟังเพลงในยุคนั้นก็พุ่งเป้ารีบค้นหาอัลบั้มชุดนี้มาฟังกัน และส่วนใหญ่ก็ไม่ผิดหวัง แต่น่าเสียดาย แม้เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่แจ้งเกิดในยุคทองของวงการเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อกไทย และถือเป็นรุ่นบุกเบิกที่สามารถแหวกขึ้นมาประสบความสำเร็จอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวจากการคว้ารางวัลสีสัน แต่ก็ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักนานนัก เพราะเขาไม่ทำงานเพลงสานต่อเนื่องจากจุดตรงนั้น และหายเงียบเข้ากลีบเมฆไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ อี กเลย แต่บทเพลงทั้งหมดในอัลบั้มเป็นที่จดจำในกลุ่มนักฟังเพลงสายลึกและชาวร็อกรุ่นใหม่ในยุคนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อัลบั้ม ‘โยกหัว’ มีบทเพลงรวมทั้งหมด 10 บทเพลง ดังนี้
- ช่วยตัวเอง
- บทเพลงของฉัน
- แบบสุขกึ๋น
- ยืมมาจากใจ
- ก็เท่านี้
- แผ่นดินของใคร
- ขอให้จง
- กฎเกณท์
- โยกหัว (ถ้าอยากเป็นอย่างนี้)
- ให้เธอ
ช่วงเบ่งบานของยุคสมัย อุตสาหกรรมและธุรกิจดนตรีที่เติบโตตามเศรษฐกิจฟองสบู่ที่ฟูเฟื่องเรืองรุ่งในยุคนั้นการแข่งขันสูงมาก อัลบั้ม ‘โยกหัว’ ของไทร็อก จึงไม่ใช่แค่ผลงานที่ตามกระแส แต่เป็นอัลบั้มที่มีจิตวิญญาณของคนดนตรีร็อกตัวจริง เสียงร้องมีเอกลักษณ์ คือมีความแหบ พลังเสียงสูง และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกเพลงร็อคได้อย่างดุดันแต่แฝงความเศร้า
ไทร็อก ถูกจดจำในฐานะศิลปินร็อกฝีมือคุณภาพผู้หายสาบสูญหลังจากแจ้งเกิดได้อย่างสง่างาม รังสรรค์ดนตรีร็อกที่ไม่ได้เน้นแค่ความหนักหน่วงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความประณีตในการเรียบเรียงดนตรีและเนื้อหาที่คมคาย รวมถึงมีมุมมองและการเขียนเนื้อหาในเพลงที่มีสัมผัสความเป็นพ็อปอยู่ในตัว พร้อมกับภาษาที่มีทางเรียงร้อยเฉพาะตัว
ในความสำเร็จเหล่านี้ ไทร็อก อยู่ในสังกัดอีไมเนอร์ ซึ่งอยู่ในชายคาอีเอ็มไอ ประเทศไทย ซึ่งตั้งค่ายเพลงขึ้นมาเพื่อบุกตลาดเพลงร็อกไทยในช่วงเวลานั้น และมีการออกอัลบั้มเพลงสไตล์แปลกๆ มาให้ฟังอย่างต่อเนื่อง
ไทร็อกก็อยู่ในขบวนนี้ และสามารถเบียดขึ้นมาสู่กระแสของอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่กำลังพุ่งแรงได้อย่างน่าทึ่ง บทเพลง ‘แบบสุขกึ๋น’ และ ‘ช่วยตัวเอง’ เป็นเพลงยอดนิยมในหน้าปัดคลื่นวิทยุในชั่วโมงนั้น นอกจากนี้ยังมีทั้งบทเพลงในสไตล์ซอฟต์ร็อกและบัลลาดร็อกอีกหลายเพลงที่แสดงถึงอารมณ์ที่ละเมียดละไมของเพลงร็อกเชิงคุณภาพทั้งดนตรีและเนื้อหา อย่างเช่นบทเพลง ‘แผ่นดินของใคร’
ว่าไปแล้ว ทั้ง 10 บทเพลงในอัลบั้มชุดนี้ของเขาล้วนอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยมทุกเพลง และสามารถเป็นบทเพลงที่ติดตลาดถูกโสตถูกใจคนฟังได้ทั้งหมด พลังพลวัตทางดนตรีของไทร็อกได้นำดนตรีร็อกไทยสู่การวิวัฒน์ไปข้างหน้าได้อย่างน่าทึ่ง แต่ก็เหมือนพลุที่สว่างวาบและวูบหายไป เพราะมีผลงานออกมาเพียงแค่อัลบั้มเดียว
ไทร็อก นับเป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง ในวงการอัลเทอร์เนทีฟร็อกไทยที่ลึกลับและปิดกั้นข้อมูลตัวเองในระดับสูง และหายสาบสูญไปกว่า 3 ทศวรรษแล้ว หลังจากอัลบั้ม ‘โยกหัว’ ประสบความสำเร็จและถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์เพลงร็อกไทยที่โดดเด่นและเป็นจำหลักของยุคสมัยในยุค 90s ของไทย


