Indy Mania By พอล เฮง คอลัมน์ที่จะพาย้อนกลับไปในช่วงการปะทุและระเบิดของเพลงไทยนอกกระแส ในช่วงทศวรรษที่ 90
‘จุดเริ่มต้นและความล่มสลายของสถานีวิทยุเพลงร็อกและเมทัล 24 ชั่วโมง อย่าง ไพเรท ร็อก ดูเหมือนแสนเศร้าและชวนถวิลหาสำหรับชาวร็อกและเมทัลอยู่ในที แต่ศักดิ์ศรีและความพยายามจากในคราครั้งนั้นเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว ทำให้เห็นพลังที่พวยพุ่งออกมาของดนตรีแขนงนี้ในเมืองไทยว่า เข้มข้นเข้มแข็ง สมกับคำว่า ร็อก อย่างไร กลับไปย้อนดูถึงอดีตที่หวานชื่นและหอมหวนซึ่งยากนักที่คนรุ่นหลังจะนึกได้ว่า ความคนึงคิดโหยหาอันแสนสุขของการฟังเพลงร็อกและเมทัล 24 ชั่วโมงเป็นฉันใด’
ความรุ่งเรืองเฟื่องฟุ้งในการปลุกกระแสดนตรีเฮฟวีเมทัลในปี 2536 มีปรากฏการณ์ครั้งสําคัญเกิดขึ้น เมื่อมีอัลบัมเฮฟวีเมทัลชื่อ ‘หิน เหล็ก ไฟ’ ของคณะดนตรีหิน เหล็ก ไฟ ในสังกัดอาร์เอสโปรโมชั่นออกมา และกลายเป็นอันดับ 1 ของปีนั้น จากการกําเนิดของคณะดนตรีเฮฟวีขนานแท้อย่าง หิน เหล็ก ไฟ ที่เกิดจากการแยกตัวออกมาของสมาชิกคนสําคัญของ ดิ โอฬาร โปรเจ็คต์ นักร้องนําที่มีพลังเสียงยอดเยี่ยม ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ ที่ได้รวมตัวกับเพื่อนพ้องสร้างคณะดนตรีนี้ขึ้นมา และทําให้เกิดกระแสของดนตรีเมทัลภาคภาษาไทยให้ตื่นตัวคึกคักอีกครั้ง
เริ่มจากเพลงบัลลาดร็อคไพเราะกรีดบาดกินใจที่นําร่องมาก่อน ทําให้งานชุดนี้ประสบผลสําเร็จขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง บทเพลงสายเฮฟวีเมทัลก็กลับมาผงาดในวงการอีกครั้ง พร้อมแนวร่วมค่ายเดียวกันอย่าง ไฮ-ร็อก ที่มาก่อนในแบบวิช่วลไคหรือแฮร์แบนด์ร่วมสร้างกระแสให้เข้มข้นยิ่งขึ้น แต่ไฮ- ร็อก นั้นมีความเป็นพ็อปมากกว่า คืออิงตลาดกว่าเพลงของ หิน เหล็ก ไฟ
เมื่อกระแสดนตรีเมทัลกลับมาอีกครั้งในยุคนั้น ก็มีการเกิดขึ้นของสังกัดค่ายเพลงใต้ดินอย่างต่อเนื่องผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดหน้าฝน ซึ่งในขณะนั้นคำว่าค่ายเพลงอินดี้หรืออิสระสร้างงานที่มีไม่มีกรอบจากการตลาดมาตีโจทย์ ไม่ต้องการถูกค่ายเพลงเปลี่ยนรูปโฉมให้เป็นอื่นไปเพื่อการขายยังไม่เกิดขึ้นเบ่งบานในท้องตลาด
ร่วมด้วยค่ายเพลงใต้ดินแบบทำเองขายเอง แฟนเพลงต่างบอกต่อกันปากต่อปาก ดนตรีเมทัลหลายหลากสาขาทั้งเฮฟวีเมทัล แธรชเมทัล สปีดเมทัล เดธเมทัล จึงอยู่ในขอบข่ายของการทำเพลงและวางขายในแบบใต้ดิน เพราะในห้วงเวลานั้นค่ายเทปยักษ์ใหญ่หรือค่ายธรรมดาที่อยู่ในดนตรีกระแสหลักยอดนิยมไม่สามารถสนองตอบจุดนี้ได้ ช่องว่างของความต้องการคนฟังเพลงสายเมทัลจึงเติบโตขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
คณะดนตรีต่างๆ ในสายเมทัลสร้างงานด้วยเงินทุนของตนเองและดิ้นรนขาย เผยแพร่ด้วยตนเอง จากแรงเหวี่ยงหรือโมเมนตัมของหิน เหล็ก ไฟ ได้มีหมุดหมายแรกที่ถือว่าจุดประกายให้เกิดความคึกคักให้แวดวงดนตรีเมทัลหนักๆ ที่ชื่อว่า ‘ดอนผีบิน’ ได้สร้างสมความนิยมมาจากคุณภาพของตัวงาน และการกล่าวขานในหมู่นักฟังเพลง ซึ่งกลุ่มคนฟังโดยมากคือนักศึกษา งานชุดแรกอยู่ในสังกัดของร็อคซ์ เรคอร์ดส (Roxx Records) สังกัดใต้ดินที่ต่อมาสร้างงานแนวเมทัล และคณะดนตรีสายเมทัลหน้าใหม่ให้เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย
อย่างที่รู้กัน ในปี 2537 นอกจากดนตรีแนวอัลเทอร์เนททีฟร็อกจะก้าวขึ้นมาสู่ความเป็นร็อกกระแสหลัก วงการร็อกและเมทัลในเมืองไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีทีท่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบทวีคูณทั้งใต้ดินและบนดิน นักร้องและคณะดนตรีร็อกและเมทัลกระแสหลักยังเน้นความละเมียดละไมแฝงความเป็นพ็อปเพื่อการขายอยู่มาก แต่สายดนตรีเมทัลหลากแขนงใต้ดินมุ่งเน้นความดิบสดและความสะใจของคณะดนตรีเองมากกว่า โดยไม่สนใจหรือแคร์สิ่งใด
ยุคนั้นมีคำที่ค่อนข้างเหน็บแนมและเสียดเย้ยด้วยอคติอยู่ใช่น้อย อย่างคำกล่าวสรุปที่ว่า ‘ของจริงอยู่ใต้ดิน ของปลอมอยู่บนดิน’ ค่ายเทปยักษ์ใหญ่พยายามสร้างนักร้องและคณะดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกขึ้นมาตามกระแส แต่ไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของผู้ฟังวัยรุ่นในยุคนั้นได้ เพราะมัวแต่เล็งการตลาด ใส่ความเป็นพ็อปเข้าไป ทําได้แค่เพียงอัลเทอร์เนทีฟร็อกปลอมตัวมาเท่านั้น
ระหว่าง ปี 2537-2540 คือช่วงที่กระแสดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกและอินดี้ในบ้านเราขึ้นถึงจุดสูงสุด วงการเพลงอินดี้เริ่มกล้าที่จะผลิตผลงานในรูปแบบที่แตกต่างออกไป การเกิดขึ้นของสถานีเพลงร็อกแห่งแรกของประเทศไทย ไพเรท เรดิโอ หรือ 89 ไพเรท ร็อก ก็นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นกรณีศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
เพราะอย่างที่กล่าว ที่ผ่านมารายการวิทยุในเมืองไทยที่เป็นรายการเพลงนั้น จะไม่มีการแบ่งประเภทของรายการและรูปแบบที่ชัดเจนเฉพาะเจาะจงลงไป รายการเพลงส่วนใหญ่มักจะเป็นรายการที่เปิดเพลงยอดนิยมเท่านั้น รายการเพลงของไทยจึงสรุปรูปแบบได้ไม่กี่แบบ รวมไปถึงมีสถานีเพลงจํานวนหนึ่งยังตกเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์เพลงของบริษัทเทปอีกด้านหนึ่งด้วย ส่วนรายการวิทยุอิสระยังมีน้อย
ดังนั้น การกําเนิดของ 89 ไพเรท ร็อก จึงถือเป็นปรากฏการณ์สําคัญอันหนึ่ง ซึ่งมูลฐานเกิดขึ้นจากกระแสของเพลงร็อกและเมทัลที่ขยายวงกว้างและรุนแรงตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา และขยายตัวต่อไปอย่างต่อเนื่อง กลุ่มคนฟังมีมากขึ้น มีคณะดนตรีร็อกและเมทัลหน้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน นักดนตรีร็อกและเมทัลมีเวทีมากขึ้นและรวมไปถึงพื้นที่บนแผงเทปก็มีเพลงร็อกและเมทัลใต้ดินผงาดอยู่ในสัดส่วนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
กระแสดังกล่าวเป็นตัวจุดประกายให้การเกิดขึ้นของสถานีวิทยุเพลงร็อกและเมทัล 100% เป็นตัวผลักดันให้เกิดความคึกคักในวงการดนตรีร็อก โดยเฉพาะอัลเทอร์เนทีฟร็อกและเมทัลใต้ดินสาขาต่างๆ มากขึ้นและต่อเนื่องอีกด้วย เรียกว่าเป็นภาวะเกื้อหนุนกันทั้งสองส่วน ในเวลาที่พอเหมาะสมกันพอดี
การสร้างสถานีเพลงใหม่ขึ้นมา 1 สถานีนั้น หากไม่มีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากคลื่นอื่นๆ ก็คงจะประสบความสําเร็จได้ยาก ตรงนี้ 89 ไพเรท ร็อก มีจุดเด่นคือ นอกจากบทเพลงที่เปิดกระจายเสียงในรายการต่างๆ ผ่านดีเจแต่ละคนจะไม่เหมือนใครแล้ว คลื่นนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่แตกต่างจากที่อื่น เช่น การสอนดนตรีทางอากาศ, มีการวิจารณ์เพลง, มีการเล่นเกมส์ที่แปลกๆ และท้าทายความสามารถ สิ่งเหล่านี้คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันงานของนักร้องและคณะดนตรีร็อกทั้งบนดินและใต้ดิน รวมถึงอินดี้ในยุคนั้น
นอกจากนี้ ยังกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่สร้างความฮือฮาอย่างมากและสร้างคอมูนิตีหรือชุมชนชาวร็อกและเมทัลอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะเทศกาลดนตรี College Rock Market ที่เป็นเวทีให้นักดนตรีรุ่นใหม่ๆ จำนวนมากได้โอกาสแสดงผลงานของตนเอง หรือการประกวด Guitar Hero Contest
บริษัท ไพเรท เรดิโอ (Pirate Radio) เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของดีเจจากบริษัท มีเดียพลัส ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ประมาณราวๆ ต้นปี 2538 หลังจากออกมาจากมีเดียพลัสเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน วินิจ เลิศรัตนชัย และเพื่อนนักจัดรายการจากมีเดียพลัสซึ่งประกอบไปด้วยสาลีนี ปันยารชุน, นิมิตร ลักษณมีพงศ์, วีรเชษฐ์ ผ่องพัน, ศราวุธ พลอยประดับ, คุณาพร คุณาพรธรรม และกิตติพัฒน์ ลิมพะสุต ก็รวมตัวกันเปิดบริษัทรับผลิตรายการป้อนให้แก่คลื่นวิทยุต่างๆ ในนามของ บริษัทไพเรท เรดิโอ จํากัด โดยมี ม.ร.ว.รุจิยาภา อาภากร และวนิดา ทักษิณาภินันท์ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นที่ปรึกษาไปพร้อมๆ กัน
บริษัท ไพเรท เรดิโอ จํากัด เริ่มต้นผลิตรายการวิทยุป้อนให้แก่คลื่นวิทยุ 3 คลื่น ได้ แก่ เอฟเอ็ม 98.5 เมกะเฮิร์ตซ์ ทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ช่วงเวลาสองทุ่มครึ่งถึงตีหนึ่ง เป็นการนําเสนอเพลงสากลที่กําลังได้รับความนิยม Contemporary Hit Radio (CHR) จากฝั่งอังกฤษและ อเมริกาและกําลังเป็นที่นิยมในเมืองไทยหรือเพลงตามคําขอ รวมไปถึงเพลงที่เป็นอมตะในอดีตโดยไม่จํากัดประเภทของเพลงและ ในช่วงวันเสาร์ จะเป็นการรายงานอันดับเพลงยอดนิยมประจําสัปดาห์ จํานวน 30 อันดับ โดยนับคะแนนจากคนฟังที่ขอเข้ามา เอฟเอ็ม 94.0 เมกะเฮิร์ตซ์ ทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลาตีห้าถึงตีสองเป็นเพลงฮิตสําหรับวัยรุ่น และเอฟเอ็ม 89.0 เมกะเฮิร์ตซ์ หรือ ‘89 ไพเรท ร็อก’ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ สองทุ่มครึ่งถึงตีห้า เสนอบทเพลงและความรู้เกี่ยวกับเพลงร็อกล้วนๆ โดยมี นักดนตรีและนักวิจารณ์มืออาชีพมาให้ความรู้
ในเวลาต่อมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปี 2539 เป็นต้นมา ทั้ง 3 คลื่นก็ยุบรวมตัวกันเป็นคลื่นเดียวที่ 89 ไพเรท ร็อก และขยายเวลาเป็น 24 ชั่วโมง ส่วนในวันเสาร์และอาทิตย์จะเป็นรายการ โซนี่ ดรีม เรดิโอ (Sony Dream Radio) โดยการสนับสนุนของบริษัทโซนี่ ไทย จํากัด โดยมีรูปแบบรายการที่เหมือนกับเป็นการนําเอาจุดเด่นของ 98.5 และ 94 มารวมกันกับ 89 แต่ก็ยังเน้นหนักไปในการเสนอเพลงร็อกอยู่นั่นเอง
ศลิลนา ภู่เอี่ยม ซึ่งเป็นดีเจหน้าใหม่ในขณะนั้น เธอเล่าว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้นจากงานเขียนบทโทรทัศน์ และมาอ่านข่าวที่วัฏจักร จากนั้น วินิจ เลิศรัตนชัย ได้ยินเสียงเชิญมาจัดรายการคลื่น FM. 89.0 เมกะเฮิร์ตซ์ ไพเรท ร็อก เรดิโอ ซึ่งเธอเล่าประสบการณ์ในครั้งนั้นว่า
“สมัยที่เราจัดรายการใหม่ๆ คนจัดรายการวิทยุไม่ใช่ง่าย ต้องทำเทปส่งพี่วินิจ ทำแล้วทำเล่า ใช้เวลาตรวจนานอยู่ ต้องซ้อมและส่งเหมือนส่งการบ้านครู แล้วเขาจะแนะนำติติงให้ปรับปรุงตรงไหนกว่าจะมาจัดได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ มาจัดได้เลย ต้องฝึกซ้อม….”
สำหรับรายการของ 89 ไพเรท ร็อก นั้นมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากรายการเพลงทางวิทยุคลื่นอื่นๆ ในเมืองไทยตรงที่เป็นรายการที่กําหนดรูปแบบโดยใช้ ‘เพลง’ มากําหนด คาแร็กเตอร์ของรายการ นั่นก็คือ เป็นรายการเพลงร็อกและเมทัลล้วนๆ โดยแนวความคิดในการกําหนดรูปแบบรายการนั้นเกิดจากความคิดของ วินิจ เลิศรัตนชัย และทีมงานที่มีความเห็นว่า รายการเพลงไทยนั้นมีรูปแบบรายการอยู่แบบเดียวซึ่งเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นจึงต้องการผลิตรายการที่มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่เป็นรูปแบบที่มีในสากลเป็นมาตรฐาน และเหตุที่เลือกรูปแบบรายการ (Format) เป็นร็อกนั้น (Rock Station) ก็เพราะเล็งเห็นว่า ตลาดเพลงร็อกนั้นเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในตลาดเพลงไทยและมีซาวด์ที่ชัดเจนที่สุดแล้วในขณะนั้น มีสโลแกนว่า ‘89 ไพเรท ร็อก ร็อกทั้งวัน ร็อกทั้งคืน’ เป็นธีมของรายการเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-35 ปี มุ่งเป็นกลุ่มคนฟังที่เป็นนัก ศึกษาและกลุ่มคนทํางาน อัตราส่วนระหว่างคนฟังที่เป็นเพศชายและเพศหญิงนั้น มีอัตราส่วน 60% และ 40% ตามลําดับ
จุดเด่นที่สุดของ ไพเรท ร็อก คือ Pirate Rock Chart Top 40 (20.30 – 0.00 น.) เป็นการจัดลําดับเพลงร็อกไทย 40 อันดับโดย 89 ไพเรท ร็อก เอง จะเริ่มเปิดจากเพลงอันดับที่ 40 ไปจนถึงอันดับที่ 1 ทําการสํารวจโดยดีเจร่วมกับ Program Staff โดยนับคะแนนจากความถี่ของเพลงนั้นที่ถูกคนฟังขอเข้ามาตลอดช่วงสัปดาห์ คือวันจันทร์ถึงศุกร์ของรายการ 89 ไพเรท ร็อก จะมีการบันทึกคะแนนรวบรวมไว้ทุกสัปดาห์แล้วจะมาประกาศผลในรายงานนี้
นอกจากการนำเสนอเพลงแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษ (Activities) ที่น่าสนใจ เช่น การวิจารณ์เพลง โดยนักวิจารณ์มืออาชีพ การสอนดนตรีทางอากาศ ซึ่งไม่มีใครเคยทํามาก่อน ส่วนดีเจแต่ละคนล้วนเป็นดีเจที่มีประสบการณ์และมีลีลาเหมาะสมกับรูปแบบรายการ เพลงที่นํามาเล่นนอกจากเพลงที่กําลังได้รับความนิยมหาฟังได้ทั่วไปแล้ว ยังมีเพลงที่หาฟังไม่ได้ที่อื่นด้วย เช่น เพลงจากคณะดนตรีร็อกสมัครเล่น ทั้งที่บันทึกเสียงในห้องอัดเสียงและแบบแสดงสด
พร้อมกันนั้นมีนักดนตรี นักวิจารณ์มืออาชีพเข้ามาร่วมจัดรายการในส่วนของ Sony Dream Radio ด้วย เป็นการเพิ่มสีสันแปลกใหม่ทางเสียงให้กับคลื่น 89 เมกะเฮิร์ตซ์และดึงคนฟังได้ส่วนหนึ่ง และอีกจุดหนึ่งคือทําให้รายการมีเนื้อหาที่แน่นขึ้นเพราะบุคคลเหล่านี้แม้ไม่ใช่ดีเจมืออาชีพ แต่จะมีความรู้ในเรื่องที่พูดเป็นอย่างดี ผู้ฟังจึงได้ประโยชน์มากจากการติดตามฟัง
น่าเสียดายด้วยช่วงเวลาอันแสนสั้นเพียงแค่ปีกว่าๆ ไพเรท ร็อก ก็จรลีหนีหายล่มสลายไปจากหน้าปัดวิทยุ ด้วยพิษและฤทธิ์เดชทางธุรกิจเนื่องด้วยวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งในปี 2540
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นโฉมหน้าวงการเพลงร็อกไทยก็เติบโตมาเรื่อยๆ จากมูลเหตุและพื้นฐานของไพเรท ร็อก ที่มีคุณูปการใช่น้อย แม้จะไม่ใช่การก้าวกระโดดในห้วงเวลาที่เป็นยุคทองของดนตรีร็อกและเมทัลไทยที่มีไพเรท ร็อก คอยผลักดันและสนับสนุนอยู่ก็ตาม


