ปี 2544 เป็นปีหนึ่งที่วงการเพลงไทยมีผลงานน่าสนใจออกวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ มีเพลงฮิต ‘เล่าสู่กันฟัง’ โมเดิร์นด็อก ออกอัลบั้ม ‘Love Me Love My Life’ ขณะที่วง ‘หน้าใหม่’ (ที่สมาชิกบางคนมีเครดิตไม่ใหม่) อย่าง ‘พรู’ ซึ่งนำโดยสองพี่น้อง กมล-กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ก็เอาชนะใจผู้ชมคนฟังได้ด้วยลีลาการแดสงสดในระดับ ‘บ้าพลัง’
อีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าเล็กๆ น่าจดจำสำหรับวงการเพลงไทยสากลในปี 2544 คือ การวางจำหน่ายอัลบั้มชุด ‘คนไม่มีหัวใจ’ อันถือเป็นอีกหนึ่งผลงานแนวร็อกที่น่าประทับใจในปีนั้น
ส่งผลให้ ‘กาน-วีรวรรณ หุยนันท์’ ศิลปินสาวเจ้าของผลงาน ได้รับรางวัลศิลปินหญิงร็อกยอดเยี่ยม จากเวทีสีสัน อะวอร์ดส์ประจำปี 2544 ไปในท้ายที่สุด
ก่อนหน้านั้น กาน วีรวรรณ เป็นคนดนตรีกลางคืน ผู้มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การร้องเพลงสไตล์บลูส์
ในที่สุด เธอก็ได้รับโอกาสในการออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก กับ ‘แมด แค็ทซ์’ สังกัดย่อยในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งมีแมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม เป็นผู้ดูแล (นั่นเป็นยุคที่อุตสาหกรรมดนตรียังเฟื่องฟู จนค่ายใหญ่เลือกใช้นโยบายเปิด ‘ค่ายเพลงย่อยๆ’ จำนวนมาก เพื่อทุบทำลาย/เข้าแทนที่บรรดาค่ายเพลงอินดี้ ซึ่งส่วนหนึ่งล้มหายตายจากไป ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2540)
อัลบั้มของกาน โปรดิวซ์โดยมือกีตาร์แนวบลูส์ฝีมือดี อย่าง ธวัชชัย หรือ อิทธิกร คามาโช่ (ซึ่งหลายคนอาจพบเห็นเขาในฐานะมือกีตาร์ไฟฟ้า ที่คอยสนับสนุนการแสดงสดของ ธีร์ ไชยเดช และชีพชนก ศรียามาตย์ เป็นต้น)
นอกจากนั้น ยังมีคนดนตรีฝีมือเยี่ยมมาทำเพลงให้กานอีกหลายราย นอกจากผู้ดูแลค่ายอย่าง แมว จิระศักดิ์ แล้วก็มี โทน-อุทัยวุฒิ เหมือนทอง, ชาญวุฒิ บุญแย้ม และมีนักแต่งเพลงมือเก๋าของแกรมมี่อย่าง อรรณพ จันสุตะ (หรือ ป๋อง กัมปะนี ผู้ล่วงลับ) ยังไม่รวมมือเก๋าๆ อีกหลายคน ที่เลือกใช้นามปากกาแทนชื่อจริง อาทิ แทน ณ บางที และ คราม อมฤต เป็นต้น
อย่างไรก็ตามแม้จะได้ออกงานกับสังกัดใหญ่ แต่ดูเหมือนเพลงของกานกลับไม่ได้โด่งดังในสื่อวิทยุกระแสหลักเครือแกรมมี่มากนัก ตรงกันข้าม เพลงของเธอดูจะเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนฟังคลื่นแฟต เรดิโอ ‘คลื่นแนวทางเลือก’ ซึ่งกำลังก่อตัวขึ้น ณ ขณะนั้นมากกว่า
จนในที่สุด กาน วีรวรรณ ก็ได้รับรางวัล สีสัน อะวอร์ดส์ ไปครอง อย่างไรก็ดี ในวันประกาศผลตอนต้นปี 2545 เธอกลับไม่ได้เดินทางไปรับรางวัลแต่อย่างใด เพราะต้องเดินทางตามสามีชาวต่างชาติไปยังต่างประเทศ จึงมีเพียง แมว จิระศักดิ์ ผู้บริหารค่าย ขึ้นรับรางวัลแทน
ผมมีความทรงจำเกี่ยวกับ กาน วีรวรรณ อยู่เล็กๆ น้อยๆ คือ นอกจากจะเป็นแฟนเพลงผู้ชื่นชอบผลงานชุดแรกของเธอแล้ว ยังเคยดูเธอแสดงสดในบรรยากาศที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับคนฟัง ในงานแฟต เฟสติวัล ครั้งแรก เมื่อปี 2544
จริงๆ ในงานแฟตฯ คราวนั้น กานมีคิวขึ้นโชว์บนเวทีหลักเวทีหนึ่ง แต่ผมกลับไม่ได้เลือกชมการแสดงดังกล่าว ต่อมา หลังโชว์เสร็จ การและมือกีตาร์/โปรดิวเซอร์ของเธอ คือ อิทธิกร ก็ออกมาแสดงดนตรีแบบเปิดหมวกในมุมเล็กๆ ของอาคารโรงงานยาสูบเก่า ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
นอกจากร้องเพลงด้วยน้ำเสียงแหลมสูงและโหยหวนอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว กานยังรับหน้าที่เป่าฮาโมนิก้าอีกด้วย ผมยืนดูโชว์พิเศษครั้งนั้น ด้วยความประทับใจ ไม่รู้ลืม
กว่าทศวรรษผ่านพ้นไป หลังใช้เวลาส่วนใหญ่ในฐานะ ‘แม่บ้าน’ กาน-วีรวรรณ นาเชอร์ ก็ได้ฤกษ์หวนคืนกลับมาจับไมค์ร้องเพลงอีกครั้ง
แต่การหวนคืนเวทีของเธอในครั้งนี้ กลับมิได้เป็นเวทีคอนเสิร์ตใดๆ ในเมืองไทย หากเป็นเวทีที่ ‘เฟรนช์เกียนา’จังหวัดโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส ณ ทวีปอเมริกาใต้
การทำงานร่วมกับวงดนตรี The Howling Souls ในเทศกาล NOMADE 2015 ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ‘คุณแม่ชาวไทย’ ที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ให้กลับกลายเป็นนักร้องผู้เปล่งประกายความสามารถในเชิงศิลปินออกมาอีกคำรบหนึ่ง
ดังที่มือเปียโนของวงอย่าง ปิแอร์-มารี เลอเวยยองต์ ได้พูดถึงกานเอาไว้ว่า “เธอพาพวกเราไปทำในสิ่งที่เราไม่เคยคิดจะทำบนเวที เธอเป็นผู้หญิงผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง…เธอมีความเป็นศิลปิน ซึ่งบ่มเพาะมาจากประสบการณ์นับสิบปี กับการเล่นดนตรีในกรุงเทพฯ”
นี่เป็นเรื่องราวของนักร้องชาวไทยคนหนึ่งซึ่งด้านหนึ่ง ผลงานและเสียงของเธอคล้ายจะจางหายไปพร้อมกับกาลเวลา ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ชีวิตและเสียงเพลงของเธอ ก็เดินทางไปถึงอีกซีกโลก จนข้ามผ่านพรมแดนความเป็นไทยไปไกลโพ้น
(เรียบเรียงจากบทความที่เผยแพร่ครั้งแรก ใน มติชนสุดสัปดาห์ 5 มิ.ย. 2558)
โดย คนมองหนัง


