Indy Mania By พอล เฮง คอลัมน์ที่จะพาย้อนกลับไปในช่วงการปะทุและระเบิดของเพลงไทยนอกกระแส ในช่วงทศวรรษที่ 90s
‘อัลบั้มแรกที่เริ่มตั้งต้นการเดินทางของดนตรีแบบแกรมมี่ ซึ่งว่าไปแล้วก็เป็นการทดลองแนวทางของดนตรีเชิงพาณิชย์ศิลป์ที่พยายามเชื่อมต่อโลกของการฟังเพลงพ็อปยุคเก่าและเปิดศักราชยุคใหม่ โดยยังไม่มีทิศทางของ ‘แกรมมี่ซาวด์’ แต่อย่างใด
แต่ว่าไปแล้วอัลบั้ม ‘นิยายรักจากก้อนเมฆ’ ของ พญ.พันทิวา สินรัชตานันท์ ก็นับได้ว่าเป็นการทดลองทำงานในโมเดลแบบใหม่ของวงการเพลงไทย โดยใช้นักร้องเสียงทองที่มีชื่อเสียงและสามารถเชื่อมต่อระหว่าง 2 ยุคได้ นี่คือการออกสตาร์ตที่สุขุมเรียบง่าย แม้จะไม่สามารถประสบความสำเร็จสร้างความน่าตื่นเต้นในระดับปรากฏการณ์ได้ แต่นี่คือเสียงแรกจากแกรมมี่’
ยุค 10 ปีแรกของแกรมมี่ หรือปัจจุบันคือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2526–2536 คือยุคที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘ยุคทองของการสร้างรากฐาน’ (The Foundational Years) ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าวงการเพลงไทยจากระบบนายห้างเทปและแผ่นเสียง ‘สายส่ง’ หรือ ‘ค่ายเทป’ แบบเดิม ให้กลายเป็น ‘อุตสาหกรรมบันเทิง’ ผ่านเสียงเพลงแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก เปิดมิติใหม่ที่อิงระบบการทำงานของค่ายเพลงในโลกทุนนิยมตะวันตก
ความสำเร็จที่น่าสนใจในทศวรรษแรกของแกรมมี่ ผ่านจุดกำเนิดและการบุกเบิกของ 2 คีย์แมนสำคัญคือ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ (มันสมองด้านดนตรี) และ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม (มือฉมังด้านการตลาด) มีผลงานแรกอัลบั้มแรกที่ออกวางขายคือ ‘นิยายรักจากก้อนเมฆ’ ของ พญ.พันทิวา สินรัชตานันท์ ในปี 2526 ซึ่งเป็นการเปิดตัวที่เน้นภาพลักษณ์ความละเมียดละไม และเป็นการเชื่อมต่อยุคของนักร้องสตรีที่มีรากฐานมาจากอิทธิพลสุนทราภรณ์ที่ใช้เทคนิคการขับร้องแบบเทรดิชัน พ็อป (Traditional Pop) หรือการขับร้องเพลงพ็อปแบบดั้งเดิมที่มีคณะดนตรีบิ๊กแบนด์สนับสนุน รวมถึงขนบการร้องในยุคต่อมาที่พัฒนาการขับร้องแบบบทเพลงลูกกรุงที่เรียกว่า พ็อปมาตรฐาน (Standards) ซึ่งนิยมกัน และโด่งดังมาแล้วในระดับมหายอดนิยมจากบทเพลง ‘เทพธิดาดอย’ เมื่อปี 2523 เพื่อประกอบภาพยนตร์ชื่อเรื่องเดียวกัน แต่งคำร้องโดย วราห์ วรเวช (นพ.วราวุธ สุมาวงศ์) และทำนองจากเพลงจีน 願嫁漢家郎 (Yuan Jia Han Jia Lang)
การนำ พญ.พันทิวา มาปรับเปลี่ยนวิวัฒน์มาสู่การขับร้องแนวโวคอล พ็อป (Vocal Pop) คือรูปแบบการร้องที่เน้นเสียงร้องเป็นจุดศูนย์กลาง โดยมีดนตรีทำหน้าที่สนับสนุนเพื่อขับเน้นอารมณ์และเทคนิคของนักร้องให้โดดเด่นที่สุด แกรมมี่ได้พยายามที่จะนำมิติการร้องในแนวนักร้องสตรีข้ามผ่านไปสู่ยุคใหม่ ซึ่งต่อมาสามารถสร้าง ‘แกรมมี่ซาวด์’ ขึ้นมาได้นั้น สะท้อนให้เห็นได้ถึงการขับร้องแนวโวคอล พ็อป ของไทย ว่าคือวิวัฒนาการที่นำเอาพื้นฐานของเพลงลูกกรุงและสุนทราภรณ์ มาผสมผสานกับเทคนิคการร้องแบบคอนเทมโพรารี พ็อป, ริธึมแอนด์บลูส์ หรืออาร์แอนด์บี และดิวา สไตล์ (Diva Style) จากแนวเพลงจากอเมริกา
พญ.พันทิวา ทำให้รับรู้ถึงการขับร้องในแบบกระแสใหม่ที่แตกต่างจากลูกกรุงหรือสุนทราภรณ์รวมทั้งแตกต่างจากนักร้องสายประกวดและร้องเพลงสากลตามไนต์คลับและโรงแรมว่า หัวใจสำคัญของโวคอล พ็อปไทย คือการเน้นศักยภาพของเสียงร้องที่กำซาบได้ถึงการผสมผสานอักขระไทยกับเทคนิคสากล ไม่ได้ออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง แข็งเป๊ะแบบยุคสุนทราภรณ์ แต่จะมีความเป็นธรรมชาติพลิ้วไหวไหลลื่นมากขึ้น มีการทอดเสียงใช้ลมในท่อนเริ่ม เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมแบบเพลงพ็อปสากลยุคใหม่ แต่ยังคงรักษาเสน่ห์ความชัดเจนของภาษาไทยไว้ แต่มีการบิดโน้ตหรือการเอื้อนแบบอาร์แอนด์บีเข้ามาแทรกในพยางค์ท้ายเพื่อความทันสมัย
การปรับเทคนิควิธีในการขับร้องโดยใช้พลังและโชว์เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุด คือท่อนฮุคและท่อนเชื่อมต่อเนื้อร้อง มีการโชว์ร้องโน้ตสูงด้วยเสียงเต็ม หรือเสียงผสมที่มีพลังพุ่งออกมา ไล่ระดับอารมณ์จากจุดที่นุ่มนวลที่สุดไปจนถึงจุดที่พีกที่สุด ในอัลบั้ม ‘นิยายรักจากก้อนเมฆ’ นอกจากโปรดิวเซอร์คือ เรวัต พุทธินันทน์ แล้ว คนที่สร้างทำนองและเรียบเรียงคือ วิชัย อึ้งอัมพร นี่คือ 2 คนที่วางรากฐานการเรียบเรียงดนตรีที่เอื้อให้ร้องโชว์พลังของการขับร้องเพลงพ็อปยุคใหม่ และกลายเป็น ‘แกรมมี่ซาวด์’ ในที่สุด
ดนตรีที่เรียบเรียงอย่างละเอียด มีการใช้เครื่องสายหรือเปียโน และเครื่องเป่าที่ส่งอารมณ์นักร้องให้เด่นชัด งานในยุคต่อมาที่โปรดิวซ์หรือเรียบเรียงให้นักร้องสตรีสายพลังเสียง เช่น นันทิดา แก้วบัวสาย ซึ่งถือเป็นต้นแบบโวคอล พ็อปของไทยที่สมบูรณ์แบบ
นักร้องโวคอล พ็อป แกรมมี่ ซาวด์ ที่มีความลงตัวมากขึ้นต่อจาก พญ.พันทิวา จะฟังได้ถึงความหลากหลายของเนื้อเสียง เน้นเอกลักษณ์ของการร้องที่เปี่ยมไปด้วยวิญญาณมีกลิ่นอายความเศร้าลึกๆ และการใช้ลูกเอื้อนแบบคนผิวสีแอฟริกัน-อเมริกัน การขับร้องที่เน้นความละมุนแต่มีเทคนิคการเอื้อนที่แพรวพราว
การสร้างนักร้องสตรีสายโวคอล พ็อป ในแบบแกรมมี่ซาวด์ ที่เริ่มจาก พญ.พันทิวา คือการร้องเพลงที่เน้นความเพราะของเสียงและการใช้เทคนิคชั้นสูงเพื่อเล่าเรื่องราวที่กินใจ โดยยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของการเอื้อนแบบไทยที่นุ่มนวล แต่ใส่พลังแบบสากลเข้าไป การสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยระบบโปรดิวเซอร์ที่นำเข้ามาใช้อย่างเต็มตัว มีการวางแผนการผลิตที่เป็นขั้นตอน ตั้งแต่การแต่งเพลง การบันทึกเสียง ไปจนถึงการทำการตลาด และมิวสิกวิดีโอที่ดูทันสมัย ผสมผสานระหว่างเพลงพาณิชย์ศิลป์ที่เข้าถึงง่าย กับกลยุทธ์การขายที่เฉียบคม
‘นิยายรักจากก้อนเมฆ’ โดย พญ.พันทิวา สินรัชตานันท์ ที่ออกมาในปี 2526 นอกจากจะมีคุณค่าในแง่ของสุนทรียศาสตร์ของเพลงพ็อปไทยแนวใหม่ที่ขับร้องโดยนักร้องสตรีที่พัฒนาการร้องสู่ความเป็นโวคอล พ็อปยุคใหม่แล้ว ยังมีความน่าสนใจในแง่ของบริบทและตัวตนของนักร้องที่บุกเบิกความเป็นแกรมมี่ซาวด์ให้เป็นเสียงออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเป็นคนแรก
ในยุคที่เพลงแนวสตริงคอมโบ และเพลงรักหวานซึ้งกำลังเบ่งบาน เสียงร้องที่ฟังดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากกว่าบทเพลงแนวสุนทราภรณ์และลูกกรุงในยุคก่อน ที่มีเนื้อหาในอัลบั้มส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ความรักที่บริสุทธิ์ ความเพ้อฝันที่สวยงาม และความเหงาที่นุ่มนวลของคนวัยหนุ่มสาว โดยเนื้อร้องในบทเพลงทั้งหมดในอัลบั้มเขียนโดย บุษบา ดาวเรือง นักการตลาดรุ่นใหม่ที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อร่างสร้างแกรมมี่ขึ้นมาตั้งแต่ยุคแรก
เสียงร้องที่เป็นจุดเด่นที่สุดของ พญ.พันทิวา ซึ่งมีลักษณะเป็นโซปราโนสูงกังวานสดใส มีความเป็นไทยสูงมาก เสียงจะมีความใสชัดเจน และการออกเสียงอักขระที่ชัดเจนตามแบบฉบับการขับร้องสมัยก่อน บวกด้วยความละเมียดละไมของดนตรีอคูสติกและออร์เคสตราเบาๆ ทำให้เห็นถึงการเชื่อมผสมผสานบทเพลงขับร้องแบบเก่าที่ถูกทำให้ทันสมัยมากขึ้นจนกลายเป็นความร่วมสมัย มีการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ซื่อตรงต่อโน้ตเพลง ทำให้คนฟังรู้สึกเข้าถึงง่าย เหมือนฟังพี่สาวหรือผู้ใหญ่ใจดีมาร้องเพลงให้ฟังอย่างอบอุ่นปลอบประโลมจิตใจ
การฟังเพลงในอัลบั้ม ‘นิยายรักจากก้อนเมฆ’ เหมือนการพักสมองจากโลกที่วุ่นวาย ไหลไปตามเสียงร้องที่เปรียบเสมือนการนั่งมองก้อนเมฆที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ในบ่ายวันที่อากาศดี
น่าเสียดายที่อัลบั้มไม่ประสบความสำเร็จเชิงธุรกิจมากนัก แต่ก็ถือเป็นต้นทางของ ‘แกรมมี่ซาวด์’ อย่างมิพักต้องสงสัย และถือเป็นแบบอย่างในการสร้างนักร้องสตรีคนอื่นๆ ในยุคหลังที่ดำเนินรอยตามและสร้างบุคลิกเพลงของตัวเองภายใต้การรังสรรค์เพลงแนวโวคอล พ็อป แบบแกรมมี่ซาวด์ อาทิ นันทิดา แก้วบัวสาย, ฐิติมา สุตสุนทร, ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์, วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, มาลีวัลย์ เจมีน่า, บุปผา ธรรมบุตร, สุธาสินี พุทธินันทน์, ปนัดดา เรืองวุฒิ เป็นต้น
เพราะฉะนั้นการที่จะมาสรุป 10 ปีของแกรมมี่ในปี 2536 ก็ต้องกล่าวถึงอัลบั้มชุดแรกที่ออกมาในปี 2526 ซึ่งเปรียบเสมือนการตอกเสาเข็มแรกของ แกรมมี่ซาวด์


