เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกระแสตอบรับคึกคัก สำหรับ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” นิทรรศการและธีมคาเฟ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทยของ ONE PIECE ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ภายในงานได้รับเกียรติจากนายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) จำกัด (DEX) ผู้นำเข้าคอนเทนต์และลิขสิทธิ์อนิเมชันชั้นนำของประเทศไทย พร้อมด้วย MR. ALSTON LEE Head of Licensing (SEA) TOEI ANIMATION ENTERPRISES LIMITED. เจ้าของลิขสิทธิ์อนิเมชันระดับโลก และ ICONSIAM แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึง นักแสดงหนุ่มชื่อดัง จี๋ สุทธิลักษณ์ ร่วมเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเสียงตอบรับจากแฟนๆ วันพีซที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์อย่างล้นหลาม

นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) จำกัด เปิดเผยว่า งานนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง DEX, TOEI ANIMATION ENTERPRISES และ ICONSIAM เนรมิตพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ให้กลายเป็นจักรวาล ONE PIECE แบบ 360 องศา ที่ได้รับความสนใจ อย่างมากจากผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และพันธมิตร รวมถึงแฟนๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นโอกาสทางเศรษฐกิจและความร้อนแรงของตลาดคอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทยที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โปรเจกต์ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” คือก้าวสำคัญของบริษัทฯ ที่จะเติมเต็มโมเดลรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ สู่การสร้างประสบการณ์และการต่อยอดในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดยในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการขยายธุรกิจเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่ม Event & Experience ที่บริษัทตั้งเป้าให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการเติบโต (Growth Engine) จากที่ผ่านมา รายได้หลักของ DEX มาจากธุรกิจลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย และสินค้า Merchandise เป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 70% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากอีเวนต์ยังอยู่ในระดับ 10% เท่านั้น ปีนี้จึงตั้งเป้าขยับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Event & Experience เพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งหมด


“สำหรับ One Piece Pop-up Cafe in Thailand เราประเมินว่า หากมีผู้เข้าชมเฉลี่ย 500 – 1,000 คนต่อวัน จะมีจำนวนผู้เข้าชมรวม 100,000 – 200,000 คน ตลอดระยะเวลาจัดงาน โดยคาดว่าอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว (รวมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า Limited Edition) 1,000 บาทต่อบิล ซึ่งจะสร้างรายได้รวมจากโครงการนี้ 50 – 100 ล้านบาท ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้รวมในปี 2569 นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าว

นายกฤษณ์ สกุลพานิช เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากรายได้โดยตรงจากคาเฟ่และสินค้าแล้ว บริษัทฯ ประเมินว่ามูลค่าทางอ้อม และ การสร้าง Brand Equity การขยายฐานลูกค้าใหม่ และการต่อยอด Licensing Deal ในอนาคต จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อจัดงานในทำเลแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง ICONSIAM ซึ่งมีทั้งฐานลูกค้าในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงสามารถขยายฐานรายได้เกินกว่าตลาดแฟนคลับเดิม ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจ Event & Experience จะกลายเป็นหนึ่งในรายได้หลักขององค์กร และช่วยให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ IP Experience เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ ยอดนัดสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan), ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายอื่นในอนาคต

“One Piece Pop-up Cafe in Thailand คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ ที่เราไม่ได้มองเป็นเพียงอีเวนต์หนึ่งงาน แต่กำลังวางรากฐานแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ ที่ต่อยอดลิขสิทธิ์ระดับโลกเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างยั่งยืน” นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับแฟนๆ ONE PIECE ท่านใด สนใจสัมผัสบรรยากาศความสนุกและความผูกพันกับเรื่องราวการผจญภัยระดับตำนาน สามารถเข้าชมนิทรรศการ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2569 ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดรวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ข้อมูลโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติม
ได้ที่ทางช่องทางของ DEX https://www.facebook.com/ONEPIECE.POPUP.TH และ ICONSIAM https://www.facebook.com/ICONSIAM


