หลายๆ คนอาจจะมีเป้าหมายในการเก็บเงิน แต่พยายามเท่าไหร่ก็เก็บไม่ได้สักที “No Buy Month” จึงเป็นชาเลนจ์ใหม่ที่ได้รับความนิยม และเป็นกระแสไปทั่วโลก ในหมู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบความท้าทาย ที่ออกมาแชร์ทริกการใช้ชีวิตแบบประหยัด บนช่องทางออนไลน์ต่างๆ ทั้ง Instagram, TikTok, X หรือ YouTube เป็นต้น

No Buy Month คือ ชาเลนจ์ที่ท้าทายตัวเอง ในการงดซื้อของที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 เดือน ก็จะแล้วแต่เลยค่ะว่าเดือนนั้นคือเดือนอะไร โดยเดือนต่อไปจะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะเรียกกันว่า No Buy February

การทำชาเลนจ์นี้ เพื่อช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ประหยัดเงิน และอาจช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

ข้อกำหนดของ No Buy Month 

โดยทั่วไปจะอนุญาตให้ซื้อของที่จำเป็น เช่น อาหาร ยา เสื้อผ้าที่จำเป็น ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง แต่จะไม่อนุญาตให้ซื้อของที่ไม่จำเป็น เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ของเล่น ของสะสม อาหารนอกบ้าน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ผู้ที่สนใจทำ No Buy Month สามารถกำหนดกฎของตัวเองได้ตามความต้องการ โดยอาจอนุญาตให้ซื้อของที่ไม่จำเป็นบางประเภทได้ 

เช่น กฎ No New Makeup การที่สาวๆ ต้องการที่จะซื้อลิปสติกเพิ่มสักแท่ง เดือนหน้าก็อาจจะหักห้ามใจไม่ซื้อ ใช้ที่มีอยู่ไปก่อน ก็จะทำให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นด้วย, No New Clothes ไม่ซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ ใส่ที่มีอยู่ Wear วนไปค่ะ, การออกไปกินข้าวนอกบ้าน 3 ครั้ง/เดือน เป็นต้น

อย่างเช่น ผู้ใช้แอคเคานต์ X รายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ถึงชาเลนจ์ “No Buy Month” ที่กำลังเป็นกระแสใน TikTok ทำให้โพสต์นั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มียอดการเข้าชมถึง 3.6 ล้านวิว! และมีคนคอมเมนต์ด้วยว่า “ทำแล้วประสบความสำเร็จและมีเงินเก็บถึงหมื่นเลยค่ะ”

หรือจะเป็นชาเลนจ์ wear วนไป ที่เคยติด #wearวนไป อยู่ช่วงหนึ่ง เป็นแคมเปญที่รณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของเสื้อผ้าที่มีอยู่ และใส่เสื้อผ้าซ้ำให้มากขึ้น โดยเริ่มมาจากครูลูกกอล์ฟ เจ้าของเพจ “ลูกกอล์ฟ คณาธิป ไตรรัตน์วรกุล” ที่ได้แชร์ประสบการณ์การใส่เสื้อผ้าซ้ำของเธอเอง และพบว่าคนส่วนใหญ่มองว่าการใส่เสื้อผ้าซ้ำเป็นเรื่องแปลก

เคล็ดลับในการทำ No Buy Month ให้ประสบความสำเร็จ

-ตั้งเป้าหมายและความคาดหวังที่ชัดเจน กำหนดว่าต้องการบรรลุอะไรและจะหลีกเลี่ยงการซื้อของประเภทใดบ้าง

-บอกเพื่อนและครอบครัวของคุณ การมีกำลังใจจากผู้อื่นอาจเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณมีความรับผิดชอบมากขึ้น

-วางแผนกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่าย หากิจกรรมสนุกๆ ที่ทำโดยไม่ต้องช้อปปิ้งหรือซื้ออะไร

-ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ แทนที่จะซื้อของ ให้ลองใช้จ่ายเงินไปกับประสบการณ์ เช่น ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ไปเดินป่า หรือเรียนคลาสใหม่ๆ

-อย่ากลัวที่จะปรับกฎของคุณ หากกฎเกณฑ์เริ่มต้นของคุณเข้มงวดเกินไป คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการเพื่อให้ชาเลนจ์ทำได้ง่ายขึ้น

No Buy Month เป็นโอกาสที่ดีในการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณและเรียนรู้วิธีประหยัดเงิน การตั้งกฎเพื่อหักห้ามใจตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะส่วนมากของบางอย่างที่เราซื้อมาอาจจะไม่จำเป็น บางคนที่ทำชาเลนจ์นี้สำเร็จ ทำให้ประหยัดเงินไปได้อีกเยอะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : เส้นทางเศรษฐี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ (Strictly Necessary Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้มีความสำคัญต่อการปฏิบัติการของเว็บไซต์ feedforfuture.co ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ของเว็บไซต์เราได้ทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนสมาชิกผู้ใช้งานของเว็บไซต์ ตลอดจนการตรวจสอบจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้ด้านประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อวิเคราะห์ และช่วยให้เราทราบถึงพฤติกรรมการใช้งาน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานบนเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการบันทึก และจดจำคุณลักษณะต่างๆ ที่ท่านได้เลือกขณะเข้าชมเว็บไซต์ของเรา เช่น หมวดหมู่ และเนื้อหาที่ท่านชอบอ่านมากที่สุด เราจะบันทึกข้อมูลเหล่านี้ และนำกลับมาใช้เมื่อท่านกลับเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราอีกครั้ง เพื่อปรับให้ท่านได้รับชมเนื้อหาได้ตรงกับความชอบของท่านให้มากที่สุด

  • คุกกี้เพื่อนำเสนอโฆษณาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Advertising Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อจดจำพฤติกรรมการอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ของท่าน รวมถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ท่านใช้ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์การนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด และช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาที่เรานำเสนอด้วย ตลอดจนช่วยป้องกัน หรือจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นโฆษณาเดิมซ้ำๆ

บันทึก