“ตกหลุมรักจริงๆ เพราะรักจริงๆ เธอคงไม่ว่ากัน” ระหว่างที่เขียนเพลงนี้ความกดดันก็แวะมาทักทายตลอดทาง เหมือนครูที่คอยตรวจการบ้าน เหมือนอาจารย์ที่คอยถือไม้เรียว ไม่ง่ายเลยที่จะไม่พะวักพะวง ต้องคอยตั้งสติอยู่เป็นระยะ แล้วสั่งตัวเองว่าไม่ว่าเพลงนี้จะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้ทำมันด้วยความรักอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว
หากจะพูดถึงวงร็อกที่เป็นเพื่อนร่วมทางของวัยรุ่นไทยมาเกือบ 3 ทศวรรษ ชื่อของ “Big Ass” ย่อมถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ พวกเขาเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่สุดท้ายด้วยความเก๋า Big Ass ก็ผ่านมาได้ทุกบททดสอบ
FEED จะพาสำรวจเส้นทาง 29 ปี Big Ass กับ 8+1 อัลบั้ม ที่หล่อหลอมตัวตนของวงร็อกระดับตำนานที่สร้างคลัง “เพลงฮิตตลอดกาล” ให้เราได้ร้องตามกันทุกยุคสมัย

วง Big Ass ออกอัลบั้มแรกชื่อว่า Not Bad มีเพลงฮิตคือ “ทางผ่าน” ภายใต้สังกัด มิวสิค บั๊กส์ เมื่อปี 2540 ขณะนั้นมีสมาชิกวงคือ
แด๊กซ์ – เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด (ร้องนำ)
ออฟ – พูนศักดิ์ จตุระบุล (กีตาร์)
หมู – อภิชาติ พรมรักษา (กีตาร์)
ต้น – เอกรัตน์ รัตนปิณฑะ (เบส)
กบ – ขจรเดช พรมรักษา (กลอง)
ปี 2543 Big Ass ออกอัลบั้มชื่อว่า XL มีเพลงฮิตอย่าง “ก่อนตาย” “ศักดิ์เอ๋ย” “รักเขาให้เท่าฉัน” และ “เธอเก็บฉันไว้ทำไม” ซึ่งอัลบั้มนี้ทำให้ Big Ass เริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนเพลง
หลังออกได้ 2 อัลบั้ม ในปี 2544 ต้น มือเบสได้ออกจากวง และทางวงได้ โอ๊ค – พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์ มาเล่นเบสแทน จากนั้นในปี 2546 Big Ass ได้ออกอัลบั้มที่3 ชื่อว่าMy World มีเพลงฮิตอย่าง “ไม่ค่อยเต็ม” , “เหตุผลง่ายๆ” และ “ทิ้งไว้ในใจ”
สำหรับ My World เป็นอัลบั้มที่บรรจุเพลงรากของ Big Ass ลงไปอย่างชัดเจนที่สุด พี่กบ มือกลองวง Big Ass ให้สัมภาษณ์กับ FEED เมื่อ 26 พ.ค.68 ว่า
“เพลงในแต่ละอัลบั้มของ Big Ass มันคือการบันทึกความคิดชีวิตตอนนั้นลงไป ว่าช่วงนี้เราคิดอะไรอยู่ เรารู้สึกกับอะไร เราเชื่อกับอะไร ชัดเจนที่สุดก็คืออัลบั้ม My World มันจะมีเพลงๆ หนึ่งชื่อว่า My World เลย จะบอกว่าคำว่า My World มันมาก่อนการสร้างเพลงทั้งหมดของอัลบั้มนี้ มันเป็นรากเลย (คือได้คำนี้มาก่อน?) ใช่มันบอกว่าโลกของฉันเป็นแบบนี้ โลกของพี่เป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไร เราไม่ต้องเชื่อเหมือนกัน ไม่คิดเหมือนกัน ก็ไม่มีใครเสียหายอะไร โลกของฉันเป็นแบบนี้โลกที่ไม่เหมือนใคร วันที่ทำอัลบั้มชุดนี้เราก็ทำในความเชื่อแบบนี้ว่า Big Ass จะเป็นแบบนี้ มันจะเป็นวงดนตรีที่เมโลดี้เพราะ แต่ดนตรีหนัก นี่คือตัวอย่างว่าถ้าเป็นเพลงรากมันคืออะไร จาก My World กับอัลบั้ม seven”
ต่อมาได้เกิดการเปลี่ยนขึ้นอีกครั้งกับการย้ายสังกัดจาก มิวสิค บั๊กส์ มาสังกัด จีนี่เรคคอร์ด พร้อมออกอัลบั้มใหม่ในปี 2547 ชื่ออัลบั้มว่า Seven มีเพลงฮิตหลายเพลงไม่ว่าจะเป็น “เล่นของสูง” , “ดีแต่ปาก” , “ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก” , “เกิดมาแค่รักกัน” , “น้ำตา” และ “คนไม่เอาถ่าน”
สำหรับอัลบั้ม Seven บรรจุเพลงดังมากมาย โดยเฉพาะเพลงเล่นของสูง ถือเป็นอีกหนึ่งบทเพลงฮิตตลอดกาลที่กำเนิดจากความเปลี่ยนแปลงและความกดดัน
พี่กบ มือกลองของวงและในฐานะผู้เขียนเนื้อเพลงนี้ ได้โพสต์ถึงเพลงเล่นของสูงเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 ครบรอบวันเกิด 15 ปี เพลงเล่นของสูงว่า
“ครบรอบ 15 ปี เพลงเล่นของสูง “รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง” เพลงนี้อ๊อฟแต่งทำนอง ผมเขียนเนื้อ.. ที่ผ่านมาผมจะรับหน้าที่เขียนเนื้อเพลงที่เป็นเพลงช้าซะส่วนใหญ่ แต่ช่วงนั้นวงเกิดการย้ายค่าย แล้วก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีใครมาช่วยเราเขียนได้อีกหรือเปล่า ทำให้รู้สึกว่าเราจะรอพึ่งพาคนอื่นให้เขียนเพลงเร็วให้เราไม่ได้อีกแล้ว รู้แหล่ะว่าเสี่ยง แต่ก็ได้แต่ถามตัวเองว่าถ้าไม่ใช่มึงแล้วใครจะทำ..
“เมื่อคำว่ารักมันสั่งให้ฉันต้องปีนขึ้นไป” ด้วยความที่เพลงนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเพลงที่ต้องใช้โปรโมท หมายความว่าหน้าที่ของมันคือต้องฮิต ไอ้บ้า!! ใครมันจะสั่งให้ตัวเองเขียนเพลงให้ฮิตได้ขนาดนั้นวะ กดดันสิครับ.. ทำไงดีล่ะ ช่างแม่งละกัน ในเมื่อมึงรักที่จะเป็นนักเขียนเพลง จนยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมุ่งหน้ามาทางนี้ ฉะนั้นอย่าบ่น จงลงมือทำ..
“ได้เกิดมาเจอเธอทั้งที ไม่ว่ายังไงจะลองดีสักวัน” จริงๆแล้วผมเป็นคนที่โคตรจะขี้เกียจเลยนะ พ่อแม่จะบอกเสมอว่าผมนั้นไม่เอาถ่าน หยิบจับหรือลงมือทำอะไรมักจะไปไม่เคยถึงครึ่งทาง เอะอะก็จะหาข้ออ้างให้ตัวเองล้มเหลวเป็นประจำ.. แต่แปลกดีที่ไม่ใช่กับการเขียนเพลง.. ผมสามารถเขียนมันได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน 2 วันติดกันก็ทำมาแล้ว คงเหมือนใครสักคนที่เคยบอกว่าชีวิตมักจะมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอที่เราเกิดมาเพื่อมัน..
“ตกหลุมรักจริงๆ เพราะรักจริงๆ เธอคงไม่ว่ากัน” ระหว่างที่เขียนเพลงนี้ความกดดันก็แวะมาทักทายตลอดทาง เหมือนครูที่คอยตรวจการบ้าน เหมือนอาจารย์ที่คอยถือไม้เรียว ไม่ง่ายเลยที่จะไม่พะวักพะวง ต้องคอยตั้งสติอยู่เป็นระยะ แล้วสั่งตัวเองว่าไม่ว่าเพลงนี้จะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้ทำมันด้วยความรักอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว อีกกี่ปีผ่านไปเราคงจะกลับมาฟังมันด้วยความสุขได้ไม่มากก็น้อย เพราะการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก คือความสุขของชีวิต แต่การตกหลุมรักในงานที่ตัวเองทำ นั่นคือความหรูหราที่สุดของชีวิต..สุขสันต์วันเกิดนะ เล่นของสูง”
ในปี 2547 Big Ass ยังได้ออกซิงเกิล “สายล่อฟ้า” เพลงของอัสนี-วสันต์ โดยนำมาเรียบเรียงใหม่ประกอบภาพยนตร์สายล่อฟ้าด้วย ก่อนจะออกอัลบั้มที่ 5 ชื่อว่า Begins ในปี 2549 มีเพลงฮิตคือ “ข้าน้อยสมควรตาย” , “ปลุกใจเสือป่า” , “คนหลงทาง” , “พรหมลิขิต” , และ “สิ่งกีดขวาง”
ปี 2551 Big Ass ออกอัลบั้มที่ 6 ชื่อว่า LOVE มีเพลงฮิตอย่าง “รัก” , “ฝุ่น” , “หัวใจ” , “ชีวิตฉันไม่ได้เป็นของเธอ” , “ส่งท้ายคนเก่า ต้อนรับคนใหม่” และ “อย่างน้อย”ต่อมาในปี 2554 ออกซิงเกิล “ทุ้มอยู่ในใจ” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ เพลงนี้ร้องโดย ออฟ มือกีต้าร์
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เกิดขึ้นในปี 2554 เมื่อแด๊กซ์ แยกทางออกจากวง Big Ass ซึ่งทางวงได้ เจ๋ง – เดชา โคนาโล มาเป็นนักร้องนำ และมีผลงานเป็น EP อัลบั้ม ชื่อว่า แดนเนรมิต ในปี 2556 เป็นอัลบั้มแรกภายใต้เสียงร้องของเจ๋ง นักร้องนำคนใหม่ บรรจุผลงาน 5 เพลงประกอบด้วย “แดนเนรมิต” , “เท่าที่มี” , “ลมเปลี่ยนทิศ” , “ดนตรี…เพื่อชีวิต” และ “ทนไม่ไหว” ปีถัดมา 2557 ออกซิงเกิลชื่อเพลง “อาบน้ำร้อน” ซึ่งเป็นเพลงประกอบประกอบซีรีส์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ้น ซีซั่น 2
ปี 2560 Big Ass ได้ออกอัลบั้มใหม่ชื่อว่า The Lion โดยปล่อยซิงเกิลโปรโมทมาก่อน 3 เพลง คือ “เพลงรักของคนแพ้” “รักเหอะ” และ “ไม่เดียงสา” ก่อนจะปล่อยอัลบั้มเต็มในปี 2560
ครบรอบ 25 ปี Big Ass ในปี 2565 ก็ได้ปล่อยอัลบั้มล่าสุดชื่อว่าลายนิ้วมือ กับการสร้างสรรค์ผลงานในช่วงโควิด บรรจุเพลงหนักๆ ที่แฟน Big Ass คุ้นเคย และยังมีเพลงอคูสติกในอัลบั้ม

ปี 2569 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 Big Ass ประกาศจัดคอนเสิร์ตใหญ่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่ อิมแพ็ค อารีน่า แต่ที่สร้างเซอร์ไพร์สยิ่งกว่าสิ่งใด คือการปรากฏภาพร่วมเฟรมกันของสมาชิกปัจจุบัน และ แด๊กซ์ ที่ล้อมวงกินหม้อไฟ พร้อมประกาศร่วมคอนเสิร์ตใหญ่ แถมด้วยคลิปวิดีโอบอกคิดถึงกันแบบน้ำตาแตก จนแฟนๆ ปล่อยโฮตามกันลั่นโซเชียลมีเดีย ร่วมยินดีกับมิตรภาพที่หายไปนานกว่า 15 ปี และเตรียมวอร์มนิ้วกดบัตร กับคำถามในหัวว่าจะกดยังไงให้ทันคะคุณพี่!!


