“คอนเสิร์ตตอนนี้มันเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ เพราะว่าคนดูเขาไม่ได้มาแค่มาดูแค่คอนเสิร์ต เขาไม่ได้มาแค่ดูศิลปินอย่างเดียว แต่ว่าเขาต้องการมาซื้อและรับประสบการณ์ ในการไปแต่ละ Festival ที่แตกต่างกัน และเขาก็ไม่ได้ต้องการประสบการณ์แค่ตรงนั้นด้วยนะ เขาเอาไปแชร์ต่อด้วย”
น้ำ ฝากฝัน ศรีสันติสุข คนจัดคอนเสิร์ต หรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ Vice President-Showbiz Promoter ทีม GFest ภายใต้ GMM SHOW หญิงสาวผู้เบื้องหลังงานเทศกาลดนตรีระดับประเทศอย่างงาน Rock on the Beach ,Rock Mountain ,Marathon Concert ,Monster Music Festival และ Solo Concert ของศิลปินอีกหลายคน ผู้ทำหน้าที่ออกแบบคอนเสิร์ตตั้งแต่การคิดคอนเซปต์ การคัดเลือกศิลปิน ผังงานการจัดงาน ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ น้อย
วิธีการจัดงานคอนเสิร์ตขึ้นมาสักหนึ่งงาน Showbiz Promoter บอกกับเราว่าหน่วยงาน Showbiz ต้องเริ่มคิดขึ้นมาว่าอยากจะจัดคอนเสิร์ตในรูปแบบไหน ตั้งจากคอนเซปต์ก่อน ประกอบกับเทรนด์ของดนตรี รวมถึงเทรนด์ความนิยมศิลปินในปีนั้นๆ แล้วค่อย จากนั้นต้องไปดูว่า Inside ของกลุ่มเป้าหมายอยากได้อะไร ถึงจะออกมาเป็นคอนเสิร์ต 1 งาน ให้โดนใจมากที่สุด และตามธรรมชาติของการทำ Showbiz ถ้าเป็น Festival Outdoor เราจะจัดแค่ 2 ช่วงเท่านั้น ก็คือช่วง Quarter 4 กับ 1 เพราะว่าไม่ใช่ช่วงหน้าฝน พอเริ่ม Quarter 2-3 ก็จะเป็นฤดูกาลเข้าฮอลล์

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้จัดต้องคำนึงถึงมากๆ แต่ผู้ชมอาจจะไม่ทราบสำหรับการจัดคอนเสิร์ต โดยเฉพาะ Festival ซึ่งเป็นงานที่ยาวนาน ผู้ชมต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นานกว่า 12 ชั่วโมง คือการวางผังงาน กางจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามความต้องการของผู้ชม เช่น ห้องน้ำ ,จุดถ่ายรูป ,จุดนั่งพัก ,อาหาร หรือน้ำแข็ง เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องเสิร์ฟให้ผู้ชม และเป็นโจทย์สำคัญที่จะทำให้ผู้ชมที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเราพร้อมที่จะไปดูคอนเสิร์ตอย่างมีความสุข
ในฐานะผู้จัดสิ่งที่กังวลมากที่สุดก็จะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สภาพอากาศเราไม่สามารถรู้ได้แน่นอนว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น อาจจะดูจากพยากรณ์อากาศได้ แต่มันก็ไม่ได้แน่นอนขนาดนั้น และเรื่องของเวทีกับระบบที่ใช้ค่อนข้างเยอะ หน้าที่ของเราจึงต้องเตรียมแผนรองรับไว้ และประสบการณ์มันจะทำให้เรารู้ว่าเราจะต้องเตรียมแบบไหน และเมื่อถึงเวลาแบบนี้เราจะต้องจัดการแบบไหน แต่ก็มีเรื่องให้เรียนรู้อยู่ตลอด
ยกตัวอย่างงาน Monster Music Festival จำได้แม่นว่าปีที่ 2 คืนวันอาทิตย์ อยู่ดีๆ ฝนก็ตกลงมาแบบไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทีมงานก็เร่งแจกเสื้อกันฝนให้ผู้ชม แต่โชคดีที่ฝนตกเพียง 5 นาทีแล้วหยุด เรื่องแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ แต่เราต้องคิดแผนไว้รองรับมัน

เมื่อถามถึงงานคอนเสิร์ต หรือเทศกาลดนตรีที่จัดการยากที่สุด น้ำ – ฝากฝัน ตอบได้ทันทีเลยว่างาน Rock on the Beach เทศกาลดนตรีร็อกริมทะเล ซึ่งจัดขึ้นที่หาดแหลมเจริญ จังหวัดระยอง เนื่องจากสถานที่เป็นทะเล ผู้จัดต้องเผชิญกับลมบก ลมทะเล กระแสน้ำ หาดทรายร้อนๆ ทำให้การเตรียมการวางแผนต้องรอบคอบและละเอียดที่สุด
“เมื่อเราไปจัดงานที่ทะเล เราต้องคำนึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับทะเลทั้งหมด เช่น เรื่องลมบกลมทะเล ปกติเราเจอแต่ลมบกอย่างเดียว อันนี้เราเจอลมทะเลด้วย เราต้องดูว่าลมทะเลพัดเข้ามาแรงมากน้อยแค่ไหน น้ำขึ้นน้ำลงแต่ละช่วงก็ไม่เท่ากัน ซึ่งน้ำขึ้นหมายความว่าพื้นที่ผู้ชมจะหายไป ถ้าน้ำลงพื้นที่ผู้ชมจะมากขึ้น
รวมไปถึงเรื่องพื้นที่หาดแหลมเจริญ จะมีเขื่อนกันคลื่นทำให้มีเกิดกระแสน้ำวน เราจึงเลือกที่สร้างรั้วกั้นไม่ให้ผู้ชมลงไปในพื้นที่ทะเลได้เพื่อป้องกันอันตราย เรื่องพวกนี้ก็จะเป็นเรื่องรายละเอียดถ้าเราไม่ได้จัดคอนเสิร์ตที่ทะเล เราอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึง ก็เป็นส่วนที่ยากมากๆ ตอนทำปีแรกก็มานั่งดูว่าทฤษฎีน้ำขึ้นน้ำลงมีอะไรบ้าง น้ำจะขึ้นตอนไหน จะลงอย่างไร เพื่อให้เรารู้ว่าวันที่เราจัดงานผู้ชมจะมีพื้นที่ในการดูคอนเสิร์ตอย่างแน่นอน”

ขณะที่โครงสร้างของเวที Rock on the Beach ได้ถูกออกแบบพิเศษเรียกว่าเป็น International Stage ดีไซน์ที่ดูเหมือนน้อยแต่มาก เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นที่ทำมาเพื่องานคอนเสิร์ตริมทะเล โดยเลือกใช้เวทีที่เป็น Rooftop ขนาดใหญ่ให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ Rooftop จะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันทีมงานทั้งแดด ฝน ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น และติดตั้งเวทีชิดกับฝั่งถนนมีทางเชื่อมจากด้านข้างของเวที ให้ทีมงานสามารถเข็นของขึ้นไปด้านบนได้ไม่ต้องเข็นผ่านหาดทรายร้อนๆ และโครงสร้างต้องแข็งแรงเป็นอันดับแรกเพราะบางช่วงเวลาน้ำทะเลซัดขึ้นมาถึงโครงสร้างเวที โครงสร้างที่อยู่บนทรายและโดนน้ำซัดมีโอกาสที่จะเกิดอันตรายได้ ไม่ว่าจะลม น้ำ หรือแม้แต่เม็ดทรายที่อยู่ใต้โครงสร้าง เราต้องทำเวทีให้แข็งแรงที่สุด
เวที Rooftop ของงาน Rock on the Beach ยังสามารถแขวนไฟด้านบนช่วยออกแบบโชว์ให้สมบูรณ์แบบ ทำ Lighting ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์การแสดงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันด้วยพื้นที่หาดแหลมเจริญมีลักษณะแคบแต่ยาว การออกแบบและติดตั้งระบบเสียงก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ทีมงานต้องทำงานร่วมกับ Sound Engineer อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนเรื่อง Sound Vision ให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ผู้ชมได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังต้องทำงานกับ Sound Engineer กลาง รวมถึง Sound Engineer ของวง เพื่อปรับจูนให้เสียงสามารถส่งไปถึงผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ชมที่มาฟังเพลงร็อกต้องได้ยินเสียงที่หนักแน่น ชัดเจน ทรงพลัง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในพื้นที่ของเราต้องได้ยินเสียงแบบเดียวกัน จึงได้จัดทำ Delay Towers 3 ช่วงตลอดแนวพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพเสียงจะเข้าถึงผู้ชมทุกคน

ส่วนการโชว์ทีมศิลปินจะเป็นผู้ทำการบ้านรายชื่อเพลงของตัวเอง ส่วนทีม Showbiz ก็จะมาทำการบ้านในส่วนของ Visual และ Lighting เพื่อเติมให้โชว์สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยจะวางโชว์เหมือนกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ไล่กราฟของโชว์ให้มีจุดไฮไลท์ตามภาพที่เราอยากให้คนดูได้รับกลับไป เช่นงาน Rock on the Beach เราอยากให้คนดูกลับไปเดือดๆ เท่ๆ ลุยๆ เราก็วางโชว์ตั้งแต่เห็นรายชื่อศิลปินว่าจะให้วงไหนเล่นในช่วงเวลาไหนแต่ละงานก็จะวางไม่เหมือนกัน
ปัจจุบันการจัดงาน Festival ในประเทศไทยมีจำนวนเยอะมาก ในฐานะผู้จัดก็อยากให้งานทุกงานมีความแตกต่างกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ให้คนดูมีทางเลือกว่าจะเลือกไปงานไหนสามารถเข้าถึงและเลือกในสิ่งที่ชอบได้ และสิ่งที่ท้าทายผู้จัดก็คือการทำให้งานเดิมที่จัดเป็นประจำทุกปีแตกต่างจากเดิม หรือดีขึ้นจากเดิม
ทุกครั้งที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ชม ผู้จัดเองก็จะแบกความคาดหวัง มันจะเป็นสิ่งที่ยากเสมอเวลาที่เวลาเราทำดีในปีนี้ ปีถัดไปเราต้องทำให้ดีขึ้น และไม่ดรอปจากทุกปี เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วท่ามกลางความยินดี ดีใจ ที่งานเรา Sold Out ก็เป็นความกดดันของเราเหมือนกันที่จะต้องทำให้สมกับที่ผู้ชมเขาอยากที่จะมาและเขารักงานเรา
“สำหรับน้ำคอนเสิร์ตที่ดีคือคนดูมีความสุข แต่ว่าคอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จคือคอนเสิร์ตที่ดูแล้วมีความสุขแล้วอยากไปอีก ไม่ว่าจะเป็นคนดู ทีมงานหรือศิลปินมีความสุขที่จะมาร่วมในงานนี้ รวมถึงคอนเสิร์ตนี้สามารถสร้างธุรกิจให้ยั่งยืนได้ด้วย ซึ่งน้ำว่าในมุมของ GFest เราอยากทำ 2 อย่างให้ไปด้วยกัน”

น้ำ – ฝากฝัน กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เวลาเราไปดูคอนเสิร์ตต่างประเทศ ความรู้สึกคือไม่แตกต่างอะไรจากคอนเสิร์ตของไทย แถมคอนเสิร์ตไทยยังมีองค์ประกอบ แสง สี เสียง โชว์ และเอกลักษณ์กว่าคอนเสิร์ตในต่างประเทศ ทีม GFest จึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมผลักดันอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทย ยกระดับมาตรฐานวงการคอนเสิร์ต วงการดนตรีของเราให้ดียิ่งขึ้น เทียบเท่ากับมาตรฐานระดับสากล และฝากแฟนๆ ติดตามผลงานของ ทีม GFest เราจะตั้งใจทำคอนเสิร์ตและสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ชมอย่างดีที่สุดแน่นอน


