ค่ำคืนที่ลมหนาวพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้พาแค่อากาศเย็นสบายแต่พาความทรงจำของคนทั้งยุค กลับมาพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย SINGHA LIFE Presents B.DAY After Party Festival: Life After Live คือค่ำคืนที่เสียงเพลงทำหน้าที่พาเวลาไหลย้อน กับการรวมตัวของศิลปิน Bakery Music และ Dojo City ที่ยกทีมขึ้นเหนืออีกครั้งในรอบกว่า 20 ปีการนำทัพของ สุกี้–กมล สุโกศล แคลปป์, บอย–โกสิยพงษ์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ไม่ได้เป็นแค่การจัดคอนเสิร์ต แต่คือการพาแรงบันดาลใจ และเพื่อนร่วมทางชีวิตของแฟนเพลงกลับมาพบกันอีกครั้งในคืนเดียว คืนที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และน้ำตาเล็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่กว่า 10 ชั่วโมงของบทเพลงที่สร้างสรรค์โดย CI Showbiz ณ บ้านสวนรถไฟรีสอร์ท (Royal Train Garden Resort) อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงบ่ายก่อนพระอาทิตย์จะเริ่มคล้อย บรรยากาศหน้างานคือการนัดพบครั้งใหญ่ของ ชาวเบเกอเรี่ยนอย่างแท้จริง พื้นที่รอบบ้านสวนรถไฟรีสอร์ทค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยแฟนเพลง จากหลายเจเนอเรชัน บางคนมาเป็นกลุ่มเพื่อน บางคนพาครอบครัวมาชมเพลงที่ตัวเองเติบโตมา

การแสดงบนเวที ถูกออกแบบลำดับโชว์ เพื่อให้ศิลปินแต่ละคนและบทเพลงทุกเพลง ได้ถ่ายทอดตัวตนอย่างเต็มที่ตลอดทั้งคืน พัฒนาไปตามลำดับจากช่วงตั้งใจฟังสู่ช่วงร่วมร้อง และขยับเข้าสู่ความคึกคักในช่วงค่ำ การเปิดเวทีจาก Boyd Kosiyabong กับแขกรับเชิญคนพิเศษ มาร่วมถ่ายทอดเสียงร้อง นำโดย ป๊อด ธนชัย อุชชิน, นภ พรชำนิ, บี พีระพัฒน์, ปั่น ไพบูลย์เกียรติ, บอย อนุวัฒน์ ด้วยบทเพลง รักคุณเข้าแล้ว, ห่างไกลเหลือเกิน และ พูดตรงๆ ก่อนจะพาอารมณ์อบอุ่นคุ้นเคยผ่าน Home และ เหมือนเคย ปิดช่วงแรกอย่างงดงามด้วย Seasons Change จากนั้นส่งอารมณ์รัก แบบเปราะบางถูกส่งต่อโดย Pause กับชุดเพลง ข้อความ, กอดหมอน, สัมพันธ์, รักเธอทั้งหมดของหัวใจ และ ที่ว่าง ต่อเนื่องด้วย Trai Bhumiratna ขึ้นมาพร้อมกับ เพลงเศร้า, ส่งแค่ใจ, พื้นที่เล็กๆ ก่อนจะรวมตัวอีกครั้งของวง 2 Days Ago Kids ใน กลับมา เพลงที่ทำให้หลายคนยืนนิ่ง เหมือนกำลังคุยกับตัวเองในวันที่โตขึ้น ความหนักแน่นของดนตรีถูกส่งต่อโดย Crescendo กับ วีนัส, ถ้ายังรัก ที่ได้ Trai Bhumiratna ขึ้นมาร่วมร้องในเพลงนี้ โลกหมุนด้วยความรัก, ความจริงในใจ และ ใจกลางความเจ็บปวด ดึงความทรงจำยุคหนึ่งกลับมาอย่างชัดเจน ส่งเวทีต่อให้ Sepia กับเพลง อยากอยู่กับเธอทั้งคืน, อกหักเพราะรักแป๋ว และ หวานเย็น ถึงคิวอีกหนึ่งรุ่นใหญ่ Saichon Radomkij ส่งอารมณ์ของศิลปินที่ผ่านการเดินทางมาไกลด้วย ฝากรัก และ เพียงกระซิบ ขณะที่ Tea For Three ชวนคนดูร้องตามทันทีใน ลมหนาว และ ผู้ชายในเงาจันทร์ ความละมุนถูกโอบอุ้มต่อโดย Soul After Six กับ รู้, ข่าวร้าย, เจ้าพายุ, วันของเรา และ ก้อนหินละเมอ เวทีเริ่มมีสีสันร้อนขึ้นจาก Yokee Playboy ที่ขยับจังหวะด้วย ขอให้ผม, อยากมองเธอ…ในแง่ร้าย, คืนนี้ขอหอม, ทำร้าย และ อีกแล้ว ต่อด้วย Thee Chaiyadej กับ ขวัญเอย, เมื่อเธอลืมตา, พูดไม่ออก และเมดเลย์ สาป, ฝันไป, รัก, ฉันดีใจที่มีเธอ และ หวานขม ที่ได้ Boyd Kosiyabong และ Pod Moderndog ขึ้นมาแจมงานนี้เรียกว่ากำไรคนดูเน้นๆ ยิ่งค่ำความสนุกยิ่งเพิ่ม และอารมณ์นิ่งลึกแบบที่แฟนๆ รอคอยก็มาถึงกับ Rudklao Amratisha ใจสองใจ, หมื่นพันแสนล้าน โดยมี Nop Ponchamni มาร่วมร้องในเพลงนี้เติมความสมบูรณ์แบบอีกด้วย ไปต่อกับเพลง โปรดเถอะ และ วันใหม่ ตามด้วยความอ่อนโยนทางเสียงดนตรีแบบไม่ต้องอธิบายจาก Nong Pimluck ใน ยังรักเธอ, ฉันชอบเธอ, นิ้วโป้ง และ คนเดียวจริงๆ แบบอินสุดๆ

รอยยิ้มของคนดูเพิ่มขึ้นเมื่อ Nadia ส่งความอบอุ่นผ่าน Happy Anniversary, โลกใบใหม่ และ คน(ไม่)พิเศษ ก่อนที่ทั้งลานจะขยับพร้อมกันอีกครั้งกับ P.O.P ตั้งแต่ Intro P.O.P Forever ต่อเนื่อง ครั้งนี้, แค่ได้พบเธอ, ยอม, ที่แห่งนี้, รักของเธอจริงหรือเปล่า, เวลา และ ไม่มี เสียงกรี๊ดจากความทรงจำวัยรุ่นดังขึ้นทันทีที่ B5 ปรากฏตัว พร้อมชุดเพลงยาวตั้งแต่ บางสิ่ง, คนข้างล่าง, อีกที, เรื่องเดียว, ดาว, คนไม่พิเศษ, แค่เธอก็พอ, ดอกไม้, คะแนนแห่งชีวิต และ ตัดสินใจ ค่ำคืนยังไหลลื่นเดีอดต่อด้วย Ornaree ในเพลง กลับมา, ไกล, แล้วเธอ, ระหว่างเรา และ Rik ที่มาเปลี่ยนบรรยากาศให้ได้ดำดิ่ง ลงไปสุดภวังค์กับ สังวาส และ เทวี ร่วมกับวง PRU ก่อนที่ PRU จะยึดเวทีเต็มตัวใน รักคุณ, แค่, Romeo & Juliet และ ทุกสิ่ง พลังร็อกถูกย้ำโดย Flure ผ่าน เปลี่ยน, ปล่อยไปตามหัวใจ, Honeymoon ที่ได้ Nadia มาร่วมแจมแบบฉบับสมบูรณ์ถูกหยิบมาร้องคู่กันครั้งแรกในรอบ 20 ปี ยื้อ และจัดเต็มด้วย ฤดูที่ฉันเหงา ต่อด้วยช่วงเวลาแห่งอีกหนึ่งสีสันคือพาร์ตของ Mr.Z – Somkiat Ariyachaipanich ที่ค่อยๆ พาเวทีไหลจากเพลงหนึ่งไปสู่อีกเพลงแบบต่อเนื่อง เปิดพาร์ตด้วย Sound Overture ก่อนจะไหลเข้าสู่ เก็บวันดีๆ ความต่อเนื่องยังไม่หยุดเมื่อ ใจต่างใจ ที่ได้เสียงของ Rudklao เข้ามาเติมมิติ ของเสียงผู้หญิงเสียงนุ่ม ก่อนจะพาอารมณ์คนดูพุ่งขึ้นอีกระดับใน สงสัย กับการปรากฏตัวของ Nadia โมเมนต์นี้ ต่อด้วย วันนี้ไม่มีพี่ชาย ที่ได้เสียงร้องของ Pop-Pairach Nalinthrangkurn เข้ามาร่วมถ่ายทอด ทำให้โทนเพลงโตขึ้น หนักขึ้น และจริงจังขึ้นอีกขั้น ก่อนจะถึงหนึ่งในไฮไลต์เชิงอารมณ์ของพาร์ตนี้กับ อยากหลับตา ที่ได้ Nop Ponchamni มาแจม โดยช่วงท้ายของเซ็ตยังคงรักษาความต่อเนื่องได้อย่างดีใน เผลอ ที่ Nop Ponchamni X Trai Bhumiratna กลับขึ้นมาร่วมร้องร่วมแจมกันอีกครั้ง ก่อนจะปิดพาร์ตด้วย ลมหายใจ เพลงที่เหมือนตั้งใจให้ทุกคนบนเวทีและคนดูได้หยุดอยู่กับลมหายใจเดียวกัน เป็นการจบที่ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องพีค แต่ทิ้งน้ำหนักไว้ในความรู้สึก

ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยช่วง Dojo City ปรากฏตัวชัดเจนบนเวทีในฐานะภาพแทนของ อีกหนึ่งค่ายเพลงสำคัญที่เคยร่วมกำหนดรสนิยมดนตรีของทั้งยุคสมัย ด้วยเพลง ต่อให้ใครรัก ที่สาวๆ Dojo City มาจอยร่วมกัน จากนั้นส่งเวทีต่อให้ Niece ที่หยิบเพลงฮิตอย่าง ไปพัก, Kiss และ บีบมือ มาเรียงใส่แบบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มความสนุกถูกส่งต่ออย่างลื่นไหลเมื่อเวทีเปลี่ยนโทนสู่ความเซ็กซี่เล็กๆบวกด้วยความเท่ของ Oil Shocking Pink กับ อยากได้, อึดอัด จากนั้นเป็นคิวของ H ที่จัดหนักด้วย สุดสัปดาห์, ไกลเธออยากเจอ และ ความลับ ความต่อเนื่องยังไม่ตก เมื่อ Mr.Sister ขึ้นมารับช่วงต่อกับ อาม่าดุ, เพื่อนผู้หญิง และ จินตนาการ ก่อนที่พาร์ต Dojo City จะปิดลงอย่างสมบูรณ์ด้วย Triumphs Kingdom ที่ขนเพลงฮิตมาใส่แบบไม่มีกั๊ก ตั้งแต่ อย่าเข้าใจฉันผิด, อยู่นานๆอีกนิด, รักๆ ไปจนถึง ผ้าเช็ดหน้า กลายเป็นช่วงที่แฟนเพลงทุกคนต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นเต้น

ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตเดินหน้าสู่ความสนุกแบบไม่เปิดช่องให้หายใจ เมื่อเวทีถูกส่งต่อให้ Moderndog กลับมาปลุกสัญชาตญาณคนฟังด้วยเพลงที่เป็นเหมือนรากของดนตรีทางเลือกไทย ตั้งแต่ รูปไม่หล่อ, บุษบา, ติ๋ม, ก่อน ไปจนถึง ตาสว่าง บรรยากาศทั้งลานขยับตามโดยอัตโนมัติ ทุกคนรู้ว่ากำลังอยู่กับช่วงเวลาที่คลาสสิกจริงๆ ความสนุกถูกพาโยกทั้งลานแบบต่อเนื่องโดย Groove Riders ขึ้นมารับช่วงต่อ พร้อมพลังดนตรีเป็นเอกลักษณ์ Hormone เปิดเวทีด้วยจังหวะที่ทำให้คนดูโยกตามทันที ก่อนจะพาคนดูไหลไปกับ รักที่เพิ่งผ่านไป, รักไม่ได้, เธอทั้งนั้น และปิดด้วย หยุด ก่อนจะเข้าพาร์ตสุดท้าย เมื่อ Joeyboy ปรากฏตัวระเบิดความสนุกต่อเนื่องด้วยกับเพลงสุดแรร์ เอโพด, ลอยทะเล, นั่งอยู่ตรงนี้, รักเธอไม่มีหมด และ Fun Fun Fun ทำให้บรรยากาศกลายเป็นงานปาร์ตี้เต็มรูปแบบ ความสนุกยังไม่แผ่วใน กากีนั้ง, สาละวัน และ กะหล่ำปลี ปิดท้ายความสนุกและความประทับใจลงอย่างงดงาม จากนั้นเหล่าศิลปินทั้งหมดทยอยกลับขึ้นเวทีพร้อมกันอีกครั้งในเพลง Live & Learn , Pass the Love Forward ท่ามกลางการรับส่งท่อนร้องของศิลปินหลายรุ่น หลายสไตล์อย่างอบอุ่นก่อนที่ทุกอย่าง จะถูกสรุปลงด้วยเพลง เหมือนเคย ดังกระหึ่มที่แทบไม่ต้องแนะนำเพราะทุกคำร้อง คือความทรงจำร่วมของคนดูทั้งหมดในวันนี้

นอกจากความสนุกบนเวทีแล้ว ภายในงานยังมี ลานม่วนใจ๋ โซนอาหาร Must Have และ Coffee Market ที่รวบรวมคาเฟ่ร้านดังของเชียงใหม่มาไว้ในที่เดียว ร้านเด็ด ร้านฮิต จัดเต็มให้เลือกกิน เลือกดื่มตลอดวัน ต่อด้วย Photo Booth ดีไซน์พิเศษที่ทำขึ้นเฉพาะงานนี้เท่านั้น พร้อมสวนดอกไม้จากฟาร์มชื่อดัง และ Mini Stage สุดชิล ลานลอยลม พื้นที่ไฮไลต์อีกจุดของงาน กลางวันเจอกับบอลลูนยักษ์เรียกสายตา พอตกกลางคืนเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการลอยโคมสาย พร้อมแสงไฟและมุมถ่ายรูปที่หลายคนยอมรับว่าสวยเกินคาด ปิดท้ายด้วยการเดินเล่นชิลๆ ที่ กาดศิลปิน บูธขายของที่ระลึกจากศิลปินแบบใกล้ชิด รวมถึง Official Merchandise ที่แฟนเพลงแวะเก็บกันแทบทุกคน ทั้งหมดนี้ทำให้ SINGHA LIFE Presents B.DAY After Party Festival: Life After Live เป็นเทศกาลดนตรีสำหรับชาวเบเกอเรี่ยนที่ตั้งใจมาซึมซับทุกโมเมนต์ของบทสุดท้ายครั้งนี้อย่างแท้จริง และต้องขอบคุณชาวเบเกอเรี่ยนกว่า 20,000 คนที่มาร่วมตัวกันในงานนี้ที่ยังรักและคิดถึง Bakery Music และ Dojo City ตลอดมา

สั่งชาเขียวหวานน้อย ทำไมได้น้ำเปล่ากลับมา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ (Strictly Necessary Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้มีความสำคัญต่อการปฏิบัติการของเว็บไซต์ feedforfuture.co ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ของเว็บไซต์เราได้ทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนสมาชิกผู้ใช้งานของเว็บไซต์ ตลอดจนการตรวจสอบจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้ด้านประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อวิเคราะห์ และช่วยให้เราทราบถึงพฤติกรรมการใช้งาน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานบนเว็บไซต์ของเรา

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการบันทึก และจดจำคุณลักษณะต่างๆ ที่ท่านได้เลือกขณะเข้าชมเว็บไซต์ของเรา เช่น หมวดหมู่ และเนื้อหาที่ท่านชอบอ่านมากที่สุด เราจะบันทึกข้อมูลเหล่านี้ และนำกลับมาใช้เมื่อท่านกลับเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราอีกครั้ง เพื่อปรับให้ท่านได้รับชมเนื้อหาได้ตรงกับความชอบของท่านให้มากที่สุด

  • คุกกี้เพื่อนำเสนอโฆษณาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Advertising Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อจดจำพฤติกรรมการอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ของท่าน รวมถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ท่านใช้ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์การนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด และช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาที่เรานำเสนอด้วย ตลอดจนช่วยป้องกัน หรือจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นโฆษณาเดิมซ้ำๆ

บันทึก